นโยบายความเป็นส่วนตัว

1. นโยบายความเป็นส่วนตัวปัจจุบัน  

1.1 ประกาศความเป็นส่วนตัวของเรา  

InnovMetric จริงจังกับภาระหน้าที่เกี่ยวกับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่วนบุคคล โปรดอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อย่างละเอียด เนื่องจากมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับวิธีที่เราประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ นอกจากนี้แล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า พนักงาน ซัพพลายเออร์ (หากเกี่ยวข้อง) และพาร์ทเนอร์ ก็จะได้รับการประมวลผลในลักษณะเดียวกันนี้ด้วย โปรดทราบว่า ควรอ่านนโยบายฉบับนี้ควบคู่ไปกับข้อกำหนดการใช้งานเว็บไซต์ ข้อกำหนดและเงื่อนไขของข้อเสนอ ข้อตกลงสิทธิ์การใช้งาน และข้อตกลงการให้บริการ หากเกี่ยวข้อง

เมื่อคุณใช้งานเว็บไซต์ของเราที่สามารถเข้าถึงได้ที่ https://www.polyworks.com (ต่อจากนี้จะเรียกว่า "เว็บไซต์") หรือติดต่อกับเราโดยใช้ช่องทางเทคโนโลยีต่างๆ แสดงว่าคุณได้อ่านและยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้แล้ว คุณยอมรับว่าเราอาจเก็บรวบรวม ใช้ ประมวลผล เปิดเผย และเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้ตามเงื่อนไขที่อธิบายไว้ในเอกสารฉบับนี้ หากคุณไม่ยอมรับที่จะปฏิบัติตามและอยู่ภายใต้ข้อผูกพันของนโยบายฉบับนี้ คุณจะไม่ได้รับอนุญาตให้เยี่ยมชม เข้าถึง หรือใช้งานเว็บไซต์ของเรา รวมทั้งไม่สามารถแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่เราโดยใช้ช่องทางเทคโนโลยีต่างๆ

นอกจากนี้แล้ว การมอบข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่เรา แสดงว่าคุณให้อนุญาตแก่เราอย่างชัดแจ้งในการเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปนี้ โดยเป็นตามข้อกำหนดและหลักการที่อธิบายไว้ด้านล่างนี้  

ในส่วนของ InnovMetric บริษัทตกลงที่จะดำเนินการป้องกันทั้งหมดที่จำเป็นและสมเหตุสมผล เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจากการสูญหาย การโจรกรรม การเปิดเผย หรือการใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต

1.2 บริษัทในกลุ่ม InnovMetric  

ในนโยบายฉบับนี้ คำว่า "เรา" "ของเรา" หมายถึง InnovMetric และบริษัททั้งหมดในกลุ่มบริษัท ตามที่ระบุไว้ที่ https://www.polyworks.com/th/find-a-contact นโยบายฉบับนี้อธิบายวิธีที่เราเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนอธิบายถึงสิทธิ์และทางเลือกที่คุณมีเกี่ยวกับการที่เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ  

เราได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยข้อมูล เพื่อรับผิดชอบต่อการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการคุ้มครองข้อมูล การรับประกันการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และการจัดการข้อกังวลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ไม่ว่ากรณีใดๆ ข้อร้องเรียนและคำขอใช้สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลควรส่งไปที่ privacy@innovmetric.com เราจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อให้แน่ใจได้ว่าเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบตอบสนองต่อข้อร้องเรียนหรือคำขอดังกล่าว  

1.3 นโยบายนี้บังคับใช้กับข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลต่อไปนี้  

นโยบายฉบับนี้อธิบายแนวปฏิบัติของเราเมื่อใช้ข้อมูลดังต่อไปนี้  

  • ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ติดต่อทางธุรกิจ พนักงาน ลูกค้า (รวมถึงลูกค้าของลูกค้าของเรา) บริษัททั้งหมดในกลุ่มบริษัทของเรา และซัพพลายเออร์ของบริษัทเหล่านั้น และ  
  • ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นๆ ที่ (ก) อาจเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ("ผู้ใช้เว็บไซต์") หรือ (ข) อาจเยี่ยมชมหน้าเว็บของเราบนเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย  

นโยบายฉบับนี้จะบังคับใชกับทั้งสองกรณี ไม่ว่าคุณจะให้ข้อมูลแก่เราโดยตรง หรือเราได้ข้อมูลมาจากแหล่งอื่น เช่น บุคคลภายนอก  

 

2. ผู้ติดต่อธุรกิจ  

2.1 แหล่งข้อมูลของผู้ติดต่อธุรกิจ  

เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากผู้ติดต่อธุรกิจโดยตรงหรือจากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้  

  • การเรียกดูเว็บไซต์ของเรา (หัวข้อ ค้นหารายละเอียดการติดต่อ)
  • คำแนะนำจากบุคคลภายนอก  
  • กระบวนการตรวจสอบยืนยันลูกค้า เช่น การตรวจสอบวิเคราะห์สถานะของธุรกิจ  
  • เว็บไซต์โซเชียลมีเดีย เช่น LinkedIn และเว็บไซต์อื่นๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต  
  • หน่วยงานที่มีข้อมูลเครดิต หน่วยงานที่มีข้อมูลด้านประกันภัย และสถาบันของรัฐหรือสถาบันทางการเงิน และ  
  • แหล่งข้อมูลสาธารณะอื่นๆ เช่น สมุดโทรศัพท์ หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์บนโลกอินเทอร์เน็ต รายชื่อที่ใช้ทำการตลาดซึ่งมีขายหรือมีให้ใช้งานอยู่ในตลาด ทะเบียนสาธารณะ หรือแหล่งจัดเก็บข้อมูลถาวร  

2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมจากผู้ติดต่อธุรกิจ  

หมวดหมู่ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมเกี่ยวกับผู้ติดต่อธุรกิจประกอบด้วยข้อมูลต่อไปนี้  

  • ข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงชื่อ ที่อยู่บ้าน นายจ้าง ที่อยู่สำนักงาน หมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัวและที่ทำงาน รวมถึงที่อยู่อีเมลส่วนตัวและที่อยู่อีเมลที่ทำงาน  
  • ข้อมูลทางการเงิน ซึ่งรวมถึงการชำระเงินให้แก่ผู้อื่นและการรับชำระเงิน ตลอดจนภาษีที่เกี่ยวข้อง
  • ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ส่งมอบหรือซื้อมา  
  • การติดต่อสื่อสารกับผู้ติดต่อธุรกิจ  
  • ข้อมูลระบุตัวตนสำหรับการเข้าสู่ระบบและข้อมูลระบุตัวตนอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน ในกรณีที่ผู้ติดต่อธุรกิจมีบัญชีออนไลน์ ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการเหล่านี้  
  • ภาพถ่าย เช่น รูปภาพที่ถ่ายในงานอีเวนต์ วิดีโอ และวิดีโอจากกล้องวงจรปิด และ
  • การดำเนินกระบวนการทางกฎหมายทางแพ่งหรือทางอาญาา คำตัดสิน และคำพิพากษาลงโทษ ภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับและในบางกรณี  

2.3 วิธีที่เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมจากผู้ติดต่อธุรกิจ  

เราใช้ข้อมูลนี้เพื่อทำกิจกรรมบางประเภท รวมถึงกิจกรรมต่อไปนี้  

  • การทำให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่นด้วยการติดต่อสื่อสารกับธุรกิจของลูกค้าและซัพพลายเออร์ เช่น เพื่อสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการที่เราได้รับจากซัพพลายเออร์  
  • การสร้างและการรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าและซัพพลายเออร์  
  • การนำเสนอ ปรับปรุง หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์และบริการเดิมหรือใหม่ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเครื่องมือสำหรับทำการตลาดทางตรง
  • การวางแผนกิจกรรม  
  • การปิดธุรกรรมที่ผู้ติดต่อธุรกิจเริ่มต้นดำเนินการ  
  • การปิดธุรกรรมที่พนักงานคนใดคนหนึ่งของเราเริ่มต้นดำเนินการ เช่น การซื้อของใช้หรืออุปกรณ์ต่างๆ  
  • การปิดธุรกรรมกับลูกค้าหรือการปิดธุรกรรมสำหรับลูกค้า  
  • การทำบัญชีที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการค้าหรือกิจกรรมอื่นที่เราดำเนินการ  
  • การตัดสินใจว่าจะยอมรับบุคคลหนึ่งๆ เป็นลูกค้าหรือซัพพลายเออร์หรือไม่  
  • การเก็บบันทึกข้อมูลการซื้อ การขาย หรือธุรกรรมอื่นๆ เพื่อรับรองการชำระเงินและ/หรือการส่งมอบที่จำเป็น หรือมีการให้บริการตามที่กำหนดไว้  
  • การสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า  
  • การดำเนินการวิจัยและพัฒนา  
  • การแสวงหาลูกค้าเป้าหมาย  
  • การจัดการงานอีเวนต์ รวมถึงการเชิญให้ผู้ติดต่อธุรกิจมางานอีเวนต์และงานจัดแสดงผลิตภัณฑ์และบริการ  
  • การดำเนินการจัดการฐานข้อมูล  
  • การจัดการแข่งขัน  
  • การรับรองการรักษาความปลอดภัยและป้องกันอาชญากรรม  
  • การป้องกันหรือการตรวจสอบการฉ้อฉลและการโจรกรรม หรือเพื่อกิจกรรมด้านการบริหารความเสี่ยงอื่นๆ  
  • การรับรองการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามสัญญา ด้านกฎหมาย และด้านการกำกับดูแล  
  • การอนุญาตให้ผู้ติดต่อธุรกิจสามารถเข้าถึงบัญชีออนไลน์ของตนเองได้  
  • การดำเนินการวิเคราะห์และวิจัยภายในที่จะช่วยยกระดับบริการของเรา
  • การเพิ่มและใช้งานฟังก์ชันการทำงานทั้งหมดในบัญชีออนไลน์ และ
  • การใช้สิทธิ์ของเราในการดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย หากเกี่ยวข้อง

เราไม่ขายข้อมูลนี้และไม่เคยขายข้อมูลดังกล่าวในช่วงสิบสอง (12) เดือนที่ผ่านมา  

2.4 ทำไมเราจึงต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ติดต่อธุรกิจ  

เราใช้ข้อมูลนี้เพราะ:  

  • จำเป็นต่อการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของเรา หรือการใช้สิทธิ์ของเราภายใต้สัญญาที่ทำไว้กับลูกค้าและซัพพลายเออร์ของเรา และ  
  • จำเป็นต่อการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ด้านกฎหมายและการกำกับดูแลที่เราต้องปฏิบัติตาม  

เรามีผลประโยชน์ทางการค้าอันชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินการดังต่อไปนี้  

  • จัดการธุรกิจและแบรนด์ของเรา  
  • ส่งมอบและปรับปรุงบริการของเรา และ  
  • ดำเนินธุรกิจของเรา  

เราจะใช้ผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายก็ต่อเมื่อเราพิจารณาแล้วว่าไม่ได้มีความสำคัญมากไปกว่าผลประโยชน์หรือสิทธิ์ของผู้ติดต่อธุรกิจ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตน  

ในบางกรณีที่เกิดขึ้นน้อยครั้ง เช่น ในกรณีของการทำการตลาด จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้ติดต่อธุรกิจตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ในกรณีที่เราต้องได้รับความยินยอมจากผู้ติดต่อธุรกิจ ผู้ติดต่อธุรกิจดังกล่าวจะมีสิทธิ์เพิกถอนความยินยอมโดยการติดต่อเป็นลายลักษณ์อักษรไปที่ privacy@innovmetric.com หรือโดยการเลิกสมัครรับข่าวสารทางอีเมลได้ทุกเมื่อ  

หากผู้ติดต่อธุรกิจต้องการรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของเราที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขา ผู้ติดต่อธุรกิจสามารถติดต่อเป็นลายลักษณ์อักษรไปที่ privacy@innovmetric.com  

ในบางกรณีที่ผู้ติดต่อธุรกิจไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็น เราจะไม่สามารถปฏิบัติตามภาระหน้าที่ที่ระบุไว้ในสัญญาที่ทำไว้กับผู้ติดต่อธุรกิจดังกล่าว หรือเราอาจไม่สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการได้ เราจะแจ้งให้ทราบอย่างชัดเจนหากมีสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น และจะระบุผลกระทบที่ผู้ติดต่อธุรกิจจะได้รับจากการไม่ให้ข้อมูลด้วย  

2.5 ผู้รับข้อมูลของผู้ติดต่อธุรกิจ  

เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ติดต่อธุรกิจให้แก่บุคคลภายนอก ซึ่งรวมถึง  

  • บริษัทในกลุ่มของเรา เพื่อประมวลผลข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวไว้ข้างต้น  
  • ตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของเราซึ่งตั้งอยู่ในอาณาเขตของผู้ติดต่อธุรกิจ  
  • ผู้ที่ทำธุรกิจด้วยและที่ปรึกษาวิชาชีพอื่นๆ  
  • บุคคลภายนอก รวมถึงเพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการงานอีเวนต์  
  • ผู้ขอ ผู้ถือสิทธิ์ ผู้รับโอน และผู้รับชำระเงิน  
  • ซัพพลายเออร์ที่จัดหาสินค้าและบริการต่างๆ และบุคคลภายนอกอื่นๆ ที่ดำเนินงานในนามของเราเพื่อบำรุงรักษาหรือให้บริการฐานข้อมูลผู้ติดต่อธุรกิจหรือระบบคอมพิวเตอร์อื่นๆ เช่น ซัพพลายเออร์ที่จัดหาระบบคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือที่ให้บริการด้านเทคนิค เช่น การพิมพ์  
  • บุคคลภายนอกที่ให้บริการ เช่น ที่ปรึกษาวิชาชีพของเรา (เช่น ผู้ตรวจสอบและทนายความ ผู้จัดการด้านการรักษาความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ นักวิเคราะห์ ผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูล และบริษัทด้านการตลาด)  
  • หน่วยงานที่มีอำนาจ เช่น หน่วยงานด้านภาษีอากร ศาล หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหรือหน่วยงานรักษาความมั่นคงที่กฎหมายกำหนดหรือให้อำนาจไว้ หรือที่เราเห็นว่าจำเป็น และ  
  • ในกรณีที่มีการควบรวมกิจการหรือขายกิจการของ InnovMetric หรือในกรณีที่มีการโอนสินทรัพย์บางส่วนหรือทั้งหมดของเรา (รวมถึงในกรณีที่ล้มละลาย) หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะของบริษัทอันเป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมดังกล่าว โดยอยู่ภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ  

การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นไปเพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางการค้าของเราเท่านั้น และห้ามมิให้ผู้รับโอนใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ของตนเอง  

2.6 ข้อมูลเพิ่มเติม  

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเราในหัวข้อที่ 4-8 ด้านล่าง  

 

3. ผู้ใช้งานปลายทางของซอฟต์แวร์ POLYWORKS®

 

3.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมจากผู้ใช้งานปลายทางของซอฟต์แวร์ PolyWorks

หมวดหมู่ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมจากผู้ใช้งานปลายทางของซอฟต์แวร์ PolyWorks ได้แก่

  • ที่อยู่ IP ของเวิร์กสเตชันที่ใช้ซอฟต์แวร์ PolyWorks
  • ข้อมูลการใช้งาน เช่น ระยะเวลาในการใช้งาน ความถี่ในการใช้งานแต่ละโมดูล ฟังก์ชันการทำงานที่ใช้งาน (เช่น จำนวนคลิกในแต่ละฟังก์ชันการทำงาน) ความเร็วในการใช้งาน เป็นต้น
  • ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบปฏิบัติการ เช่น เวอร์ชัน ภาษา แพลตฟอร์ม ประเทศ ผลิตภัณฑ์ เป็นต้น และ
  • การกำหนดค่าฮาร์ดแวร์ รวมถึงหน่วยความจำ หน่วยประมวลผล ฮาร์ดไดรฟ์ เป็นต้น  

 

เราไม่เก็บรวบรวมข้อมูลใดๆ ที่สามารถใช้ระบุตัวตนของผู้ใช้งานปลายทางได้โดยตรง เราไม่สามารถเชื่อมโยงที่อยู่ IP หรือข้อมูลการใช้งานเข้ากับบุคคลธรรมดาที่ใช้งานซอฟต์แวร์ PolyWorks ได้

 

3.2 การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมจากผู้ใช้งานปลายทางของซอฟต์แวร์ PolyWorks

เราใช้ข้อมูลนี้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • การวิจัยและพัฒนา และ
  • วัตถุประสงค์ด้านสถิติและการวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงฟังก์ชันการทำงานของซอฟต์แวร์และบริการของเรา

ข้อมูลที่เก็บรวบรวม (ที่อยู่ IP และข้อมูลการใช้งานที่เกี่ยวข้อง) จะได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง (1) ปี จากนั้นจะถูกทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยอัตโนมัติ

3.3 หลักเกณฑ์ทางกฎหมายสำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานปลายทางของซอฟต์แวร์ PolyWorks

การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานปลายทางของซอฟต์แวร์ PolyWorks เพื่อวัตถุประสงค์ด้านสถิติและการวิเคราะห์นั้น จะอิงตามผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายและความยินยอมของผู้ใช้งานปลายทางของ PolyWorks

ผู้ใช้งานปลายทางอาจเพิกถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้ผ่านทางการตั้งค่า PolyWorks

 

3.4 การโอนข้อมูลไปยังควิเบก ประเทศแคนาดา

ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานปลายทางของ PolyWorks จะถูกโอนไปยังควิเบก ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ ทั้งนี้เพื่อดำเนินการประมวลผลข้อมูลการใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ที่กล่าวไว้ข้างต้น[Text Wrapping Break]

การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังควิเบก ประเทศแคนาดา เป็นไปตามคำตัดสินว่ามีการคุ้มครองข้อมูลอย่างเพียงพอของคณะกรรมาธิการยุโรป (คำตัดสินของคณะกรรมาธิการ ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2001 C [2001] 4539)

 

3.5 ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเราในหัวข้อที่ 5-9 ด้านล่าง

 

4. ผู้ใช้เว็บไซต์และประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวกับเว็บไซต์  

 

4.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมจากผู้ใช้เว็บไซต์และจากผู้เยี่ยมชมหน้าเว็บในโซเชียลมีเดียของเรา  

หมวดหมู่ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมจากผู้ใช้เว็บไซต์และหน้าเว็บโซเชียลมีเดียของเราประกอบด้วยข้อมูลต่อไปนี้  

  • ข้อมูลที่ผู้ใช้มอบให้ขณะป้อนข้อมูลลงบนเว็บไซต์ของเรา เช่น เมื่อพวกเขาให้ข้อมูลติดต่อ ตอบแบบสอบถามออนไลน์ กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มแสดงความคิดเห็นหรือใบสมัครงาน หรือส่งเรซูเม่เข้ามา  
  • ข้อมูลที่ผู้ใช้มอบให้เมื่อสมัครรับจดหมายข่าว เช่น ชื่อ ที่อยู่อีเมล และตำแหน่งงาน
  • ข้อมูลที่ผู้ใช้มอบให้เมื่อลงทะเบียนบัญชีออนไลน์บนเว็บไซต์ของเรา และ  
  • ข้อมูลที่ผู้ใช้มอบให้เมื่อโพสต์เนื้อหาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย  

นอกจากนี้ เรายังเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการใช้เว็บไซต์จากผู้ใช้ด้วย ซึ่งรวมถึงข้อมูลต่อไปนี้  

  • ข้อมูลที่กรอกไว้ในบล็อกของเรา เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ (เช่น แบรนด์ รุ่นของอุปกรณ์ ขนาดหน้าจอ) หมายเลขประจำตัวที่ไม่ซ้ำกัน (เช่น ที่อยู่ IP และรหัสระบุอุปกรณ์) และข้อมูลเกี่ยวกับเบราว์เซอร์ (เช่น ที่อยู่ของเว็บไซต์ (Uniform Resource Locator), ประเภทเบราว์เซอร์, หน้าที่เยี่ยมชม, วันที่หรือเวลาที่เข้าถึง)  
  • ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้ (เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมหรือความสนใจที่อนุมานได้ของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว และสามารถนำไปใข้สร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ได้) และ  
  • ข้อมูลที่คุกกี้ของเราบันทึกไว้ (ดูนโยบายเกี่ยวกับคุกกี้ของเรา)  

หากผู้ใช้เว็บไซต์ของเราส่งข้อมูลผ่านแบบฟอร์มใดแบบฟอร์มหนึ่งของเรา และได้ติดตั้งคุกกี้ไว้ในเบราว์เซอร์ของตน ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้งานและบล็อกต่างๆ จะถูกนำมาเชื่อมโยงกับผู้ใช้ดังกล่าว ผู้ใช้เว็บไซต์จะทราบข้อมูลนี้เมื่อกรอกแบบฟอร์มของเรา  

นอกจากนี้ เรายังเก็บรวบรวมข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ในกรณีที่มีการนำข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลมารวมเข้ากับข้อมูลส่วนบุคคลในลักษณะที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้ ข้อมูลนี้จะได้รับการประมวลผลในฐานะข้อมูลส่วนบุคคล จนกว่าจะไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าวกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้อีกต่อไป

4.2 วิธีที่เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้เว็บไซต์และผู้เยี่ยมชมหน้าเว็บโซเชียลมีเดียของเรา  

เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้เว็บไซต์และผู้เยี่ยมชมหน้าเว็บโซเชียลมีเดียของเราเพื่อกิจกรรมบางอย่าง ซึ่งรวมถึง  

  • การปรับแต่งประสบการณ์ที่จะได้รับบนเว็บไซต์ของเรา  
  • การส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ผู้ใช้เว็บไซต์ของเราร้องขอ  
  • การดูแลระบบเว็บไซต์ของเรา การตรวจสอบข้อร้องเรียน และการให้บริการลูกค้า  
  • การให้ข้อมูลและข้อเสนอเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการแก่ผู้ใช้เว็บไซต์และบุคคลต่างๆ ที่เข้าถึงหน้าเว็บของเราบนเว็บไซต์โซเชียลมีเดียที่พวกเขาอาจสนใจ และ  
  • การตรวจติดตามเนื้อหาบนโซเชียลมีเดียเพื่อจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้า ตลอดจนส่งเสริมธุรกิจและแบรนด์ของเรา  
  • การดูแลระบบเว็บไซต์และ  
  • การดำเนินการวิเคราะห์ด้านสถิติและแนวโน้มเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้และประสิทธิภาพของเว็บไซต์ของเรา  

4.3 เหตุผลที่เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้เว็บไซต์และผู้เยี่ยมชมหน้าเว็บในโซเชียลมีเดียของเรา

เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้เว็บไซต์และผู้เยี่ยมชมหน้าเว็บในโซเชียลมีเดียของเรา เช่น Facebook, Instagram, LinkedIn และ X เท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ด้านกฎหมายหรือการกำกับดูแลที่เราต้องปฏิบัติตาม  

เรามีผลประโยชน์ทางการค้าอันชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินการดังต่อไปนี้  

การส่งเสริมแบรนด์และธุรกิจของเราผ่านทางเว็บไซต์และเครื่องมือโซเชียลมีเดีย และ  

การตรวจติดตามและการรายงานความพยายามที่จะละเมิดการรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ของเรา และตรวจสอบการดำเนินการดังกล่าว  

เราจะใช้ผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายก็ต่อเมื่อเราพิจารณาแล้วว่าไม่ได้มีความสำคัญมากไปกว่าผลประโยชน์หรือสิทธิ์ของผู้ใช้เว็บไซต์หรือโซเชียล ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตน  

ในกรณีของการทำการตลาด จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด ในกรณีที่เราต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้ ผู้ใช้ดังกล่าวจะมีตัวเลือก "ยกเลิกการสมัครรับ" และจะมีสิทธิ์เพิกถอนคำยินยอมได้เช่นกันโดยการติดต่อเป็นลายลักษณ์อักษรไปที่ privacy@innovmetric.com  

เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของเราเท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ด้านกฎหมายหรือการกำกับดูแลที่เราต้องปฏิบัติตาม  

เรามีผลประโยชน์ทางการค้าอันชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินการดังต่อไปนี้  

  • การตรวจติดตามและการรายงานความพยายามที่จะละเมิดการรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์เรา และตรวจสอบการดำเนินการดังกล่าว และ  
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์และประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้  

เราจะใช้ผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายก็ต่อเมื่อเราพิจารณาแล้วว่าไม่ได้มีความสำคัญมากไปกว่าผลประโยชน์หรือสิทธิ์ของผู้ใช้เว็บไซต์หรือโซเชียล ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตน  

หากผู้ใช้เว็บไซต์หรือบุคคลที่เข้าถึงหน้าเว็บบนเว็บไซต์โซเชียลมีเดียต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของเราที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตน ผู้ใช้เว็บไซต์หรือบุคคลดังกล่าวสามารถติดต่อเป็นลายลักษณ์อักษรไปที่ privacy@innovmetric.com  

ในบางกรณีที่ผู้ใช้เว็บไซต์ของเราไม่ได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็น เราจะไม่สามารถปฏิบัติตามภาระหน้าที่ที่ระบุไว้ในสัญญาที่ทำไว้กับผู้ใช้ดังกล่าว หรือเราอาจไม่สามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการได้ เราจะแจ้งให้ทราบอย่างชัดเจน หากสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น และจะระบุผลกระทบที่ผู้ใช้เว็บไซต์จะได้รับจากการไม่ให้ข้อมูลด้วย  

4.4 ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้เว็บไซต์และผู้เยี่ยมชมหน้าเว็บในโซเชียลมีเดียของเรา  

เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้เว็บไซต์และผู้ใช้หน้าโซเชียลมีเดียให้แก่ผู้รับข้อมูลที่เป็นบุคคลภายนอก ซึ่งรวมถึง  

  • บริษัทในกลุ่มของเราที่ประมวลผลข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวไว้ข้างต้น  
  • บุคคลภายนอกที่ดำเนินงานในนามของเราเพื่อบำรุงรักษาและให้บริการแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ในรูปแบบบริการ (SaaS) สำหรับเว็บไซต์ของเรา  
  • บุคคลภายนอกที่ให้บริการ เช่น ที่ปรึกษาวิชาชีพของเรา (เช่น ผู้ตรวจสอบและทนายความ ผู้จัดการด้านการรักษาความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์ นักวิเคราะห์ ผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูล และบริษัทด้านการตลาด)  
  • หน่วยงานที่มีอำนาจ เช่น หน่วยงานด้านภาษีอากร ศาล หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหรือหน่วยงานรักษาความมั่นคงที่กฎหมายกำหนดหรือให้อำนาจไว้ หรือที่เราเห็นว่าจำเป็น และ  
  • ในกรณีที่มีการควบรวมกิจการหรือขายกิจการของ InnovMetric หรือในกรณีที่มีการโอนสินทรัพย์บางส่วนหรือทั้งหมดของเรา (รวมถึงในกรณีที่ล้มละลาย) หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะของบริษัทอันเป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมดังกล่าว โดยอยู่ภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ  

นอกจากนี้ ผู้ให้บริการดังกล่าวยังให้การรับประกันแก่เราอย่างเพียงพอว่าได้มีการปรับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเพียงพอสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณที่มีการประมวลผลหรือส่งต่อ ก่อนที่ข้อมูลส่วนบุคคลนี้จะถูกส่งต่อให้แก่ผู้ให้บริการเหล่านั้น เมื่อผู้ให้บริการของเราจะทำลายข้อมูลดังกล่าวเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอีกต่อไป  

ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมและเก็บรักษาไว้จะยังคงได้รับการคุ้มครอง และอาจได้รับการจัดเก็บไว้อย่างปลอดภัยบนเซิร์ฟเวอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศแคนาดาหรือสหรัฐอเมริกา  

นอกจากนี้ เราอาจแบ่งปัน โอน หรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่บุคคลภายนอกด้วยเช่นกัน โดยจะปฏิบัติตามนโยบายนี้อย่างเคร่งครัด เมื่อกฎหมายกำหนดหรือเป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรมทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับการขาย การถ่ายโอน หรือการมอบสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นทั้งหมดหรือบางส่วนของบริษัทหรือสินทรัพย์ของเรา ในกรณีนี้ และหากการทำธุรกรรมทางการค้าเสร็จสมบูรณ์ เราจะแจ้งให้คุณทราบก่อนที่ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจะอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับอื่น

4.5 ข้อมูลเพิ่มเติม  

เว็บไซต์และบริการออนไลน์ของเรามีไว้ให้สำหรับบุคคลที่มีอายุอย่างน้อย 18 ปี บริการออนไลน์ของเราไม่ได้มีไว้ให้สำหรับบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี  

ดังนั้น เราจึงไม่มีเจตนาเก็บรวบรวมหรือใช้ข้อมูลหรือข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หากคุณมีอายุต่ำกว่า 18 ปี คุณต้องไม่มอบข้อมูลส่วนบุคคลของคุณโดยไม่ได้รับความยินยอมจากพ่อแม่หรือผู้ปกครอง

หากคุณเป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครอง และพบว่าบุตรหลานได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคุณ โปรดติดต่อเราเป็นลายลักษณ์อักษรไปที่ privacy@innovmetric.com เพื่อขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลของบุตรหลานออกจากระบบของเรา

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในหัวข้อที่ 4-8

 

5. การใช้โซลูชันที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เป็นไปได้

เราอาจใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ ("AI") ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เมื่อมีการใช้ AI เพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินการดังต่อไปนี้

  • ระบุวัตถุประสงค์ของการประมวลผลอย่างชัดเจน (เช่น การปรับปรุงบริการ การสนับสนุนลูกค้า หรือการตรวจจับการฉ้อฉล)
  • ระบุหลักเกณฑ์ทางกฎหมายสำหรับการประมวลผล (เช่น ความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย) และ
  • แจ้งให้บุคคลทราบถึงสิทธิ์ในการคัดค้านและวิธีการใช้สิทธิ์ดังกล่าว  

เราอาจใช้ระบบ AI ซึ่งรวมถึงเครื่องมือวิเคราะห์การสนทนาหรือเครื่องมือวิเคราะห์ และโซลูชันอื่นๆ ที่ใช้ AI เพื่อปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ ยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้ และสนับสนุนประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน เมื่อเครื่องมือดังกล่าวประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เราจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับ สื่อสารวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์ทางกฎหมายอย่างชัดเจน และเคารพสิทธิ์ของบุคคล ซึ่งรวมถึงสิทธิ์ในการคัดค้าน หลักการใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น การเข้ารหัสข้อมูล และการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ในกรณีที่จำเป็น จะมีการขอความยินยอมโดยชัดแจ้งและมีการให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน และบุคคลจะได้รับคำอธิบายอย่างชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการที่ขับเคลื่อนด้วย AI พร้อมทั้งตัวเลือกในการขอรับการตรวจสอบโดยมนุษย์ กระบวนการเหล่านี้จะไม่ส่งผลให้มีการตัดสินใจโดยอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบหากไม่ได้รับความยินยอมอย่างชัดแจ้ง เราจะเก็บรักษาข้อมูลไว้นานเท่าที่จำเป็นตามระยะเวลาขั้นต่ำเท่านั้น และการโอนข้อมูลข้ามประเทศจะเป็นไปตามมาตรการคุ้มครองทางกฎหมายที่ใช้บังคับ โดยจะสอดคล้องกับกฎหมาย Loi 25 ของควิเบก, GDPR และกฎระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้อง นโยบายนี้ยึดถือหลักการกำกับดูแลที่ใช้บังคับกับเทคโนโลยีเกิดใหม่

 

6. การโอนข้อมูลระหว่างประเทศ  

ในฐานะบริษัทระดับโลก เราอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังบริษัทหรือซัพพลายเออร์อื่นๆ ในกลุ่ม InnovMetric ซึ่งตั้งอยู่นอกอาณาเขตที่คุณพำนัก เราจะดำเนินการทุกวิถีทางที่สมเหตุสมผลเพื่อรับประกันการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อให้แน่ใจได้ว่าการโอนข้อมูลประเภทนี้เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับ  

เราอาจโอนและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อยู่ภายใต้นโยบายฉบับนี้ไว้บนเซิร์ฟเวอร์หรือในฐานข้อมูลที่ตั้งอยู่นอกควิเบกและเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) ซึ่งบางประเทศในกลุ่มนี้อาจไม่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่ให้การคุ้มครองในระดับที่เทียบเท่ากับ EEA หรือควิเบก  

ประเทศที่เราโอนข้อมูลไปนอกเขต EEA คือประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกา  

หากต้องการข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยเหล่านี้ คุณสามารถขอข้อมูลได้ที่ privacy@innovmetric.com    

 

7. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล  

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้เป็นระยะเวลาเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่ได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่ใช้ในการได้มาซึ่งข้อมูล และ/หรือกรณีที่ภาระหน้าที่ด้านกฎหมายหรือการกำกับดูแลเพิ่มเติมกำหนดให้ต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว นอกจากนี้ เราอาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตลอดระยะเวลาที่อาจมีการเรียกร้องใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคุณ  

โดยทั่วไปแล้วหมายความว่าจะมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้ตลอดระยะเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคุณยังคงอยู่ และ  

  • ตามระยะเวลาที่กำหนดโดยกฎหมายและกฎระเบียบเกี่ยวกับภาษีและบริษัท และ  
  • ตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้คุณสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายกับเรา และเพื่อให้เราสามารถป้องกันตนเองจากการดำเนินคดีทางกฎหมายใดๆ โดยทั่วไป ระยะเวลาดังกล่าวจะครอบคลุมระยะเวลาของความสัมพันธ์ รวมกับระยะเวลาของอายุความตามกฎหมายที่ใช้บังคับภายใต้กฎหมายท้องถิ่น  

ในบางกรณี อาจมีการเก็บรักษาข้อมูลเป็นระยะเวลาที่นานขึ้น เช่น เมื่อเรากำลังติดต่อสื่อสารกัน หรือมีการเรียกร้องสิทธิ์หรือการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง  

เมื่อครบกำหนดระยะเวลานี้แล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้โดยวิธีที่ปลอดภัย

หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ คุณสามารถติดต่อเป็นลายลักษณ์อักษรไปที่ privacy@innovmetric.com  

 

8. สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูล  

8.1 คำอธิบายเกี่ยวกับสิทธิ์และวิธีใช้สิทธิ์

ในบางกรณี บุคคลมีสิทธิ์เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตนดังต่อไปนี้  

  1. สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตน
  2. สิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของตนให้ถูกต้อง  
  3. สิทธิ์ในการจำกัดการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตน  
  4. สิทธิ์ในการร้องขอให้ลบหรือนำข้อมูลส่วนบุคคลของตนออก  
  5. สิทธิ์ในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตน  
  6. สิทธิ์ในการโอนย้ายข้อมูล (ในบางกรณีที่เฉพาะเจาะจง)
  7. สิทธิ์ในการยื่นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล  
  8. สิทธิ์ในการนำข้อมูลออกจากระบบการจัดทำดัชนีข้อมูล (สิทธิ์ที่จะถูกลืม) และ
  9. สิทธิ์ในการได้รับแจ้งเมื่อมีการตัดสินใจที่ดำเนินการโดยระบบประมวลผลอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลสรุปเกี่ยวกับสิทธิ์แต่ละประการ รวมถึงวิธีการที่บุคคลสามารถดำเนินการเพื่อใช้สิทธิ์ดังกล่าวแสดงไว้ด้านล่างนี้  

หากคุณต้องการใช้สิทธิ์ข้อใดข้อหนึ่งหนึ่งที่กล่าวไว้ข้างต้น โปรดติดต่อเราตามข้อมูลติดต่อที่ระบุไว้ด้านล่างนี้ คำขอดังกล่าวต้องประกอบด้วยข้อมูลที่เพียงพอให้เราสามารถตรวจสอบและยืนยันตัวตนของคุณได้ (เช่น ชื่อ ที่อยู่ ที่อยู่อีเมล และหากเกี่ยวข้อง อาจต้องใช้เอกสารประกอบหรือข้อมูลอื่นใดที่สามารถร้องขอได้โดยสมเหตุสมผล)  

เมื่อเราได้รับคำขอใช้สิทธิ์ข้อใดข้อหนึ่งดังกล่าว เราจะแจ้งให้ทราบถึงขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับคำขอดังกล่าวโดยไม่ล่าช้าเกินสมควร และภายในหนึ่ง (1) เดือนนับจากการได้รับคำขอในทุกกรณี ยกเว้นในรัฐควิเบกที่กำหนดให้ต้องดำเนินการตอบคำขอภายในสามสิบ (30) วัน หากมีความล่าช้าเกิดขึ้น สามารถขยายได้อีกสอง (2) เดือนในบางกรณี เช่น เมื่อมีคำขอจำนวนมากหรือคำขอมีความซับซ้อน  

เราจะให้ข้อมูลโดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย ยกเว้นในกรณีที่คำขอไม่มีหลักฐานหรือเหตุผลรองรับ หรือเป็นคำขอที่เห็นได้ชัดว่ามากเกินควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นการร้องขอซ้ำๆ ในกรณีดังกล่าว เราอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามสมควรหรือปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำขอ ทั้งนี้ ยกเว้นในรัฐควิเบกที่จะเรียกเก็บเฉพาะค่าใช้จ่ายในการทำสำเนาเท่านั้น ก่อนดำเนินการตามคำขอ เราจะแจ้งให้แต่ละบุคคลทราบเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมที่จะเรียกเก็บ  

เราอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบยืนยันตัวตนของบุคคลก่อนที่จะดำเนินการตามคำขอ

หากเราปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำขอ เราจะแจ้งให้บุคคลนั้นทราบโดยไม่ชักช้าภายในหนึ่ง (1) เดือนหลังจากได้รับคำขอ และระบุเหตุผลในการปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำขอดังกล่าว  

8.1.1 สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล  

ในบางกรณี บุคคลมีสิทธิ์ได้รับแจ้งเกี่ยวกับข้อมูลดังต่อไปนี้  

  • ข้อมูลที่ว่าเราครอบครองและ/หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขาหรือไม่และ  
  • ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงบางประการเกี่ยวกับการประมวลผล  

นอกจากนี้ บุคคลยังมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของตนและได้รับสำเนาข้อมูลดังกล่าวด้วย โดยอยู่ภายใต้ข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด  

8.1.2 สิทธิ์ในการจำกัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล  

ในบางเขตการปกครอง บุคคลมีสิทธิ์ขอให้เราจำกัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตนเมื่อมีเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้เกิดขึ้น  

  • บุคคลโต้แย้งว่าข้อมูลส่วนบุคคลไม่ถูกต้อง ข้อจำกัดจะนำมาใช้บังคับใช้จนกว่าเราจะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลส่วนบุคคลนั้น  
  • การประมวลผลข้อมูลไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่บุคคลไม่ต้องการให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และร้องขอให้จำกัดการประมวลผลแทน  
  • เราไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ในการประมวลผลอีกต่อไป แต่ข้อมูลดังกล่าวยังมีความจำเป็นต่อบุคคลในบริบทของการดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย หรือ  
  • บุคคลดังกล่าวได้ใช้สิทธิ์ในการคัดค้านการประมวผลข้อมูล ข้อจำกัดจะมีผลจนกว่าเราจะได้ดำเนินการตรวจสอบแล้วว่าเรามีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญเพียงพอต่อการดำเนินการประมวลผลข้อมูลต่อไป  

8.1.3 สิทธิ์ในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล  

หากมีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลใดเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการตลาด บุคคลนั้นสามารถคัดค้านการใช้ข้อมูลดังกล่าวได้ตลอดเวลา  

นอกจากนี้ บุคคลยังมีสิทธิ์คัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตน ในกรณีที่หลักเกณฑ์ทางกฎหมายของการประมวลผลนั้นอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของเรา เราจะต้องหยุดประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจนกว่าจะสามารถยืนยันได้ว่าเรามีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญเพียงพอต่อการประมวลผลข้อมูล ซึ่งมีความสำคัญเหนือกว่าผลประโยชน์ สิทธิ์ และอิสรภาพของบุคคลดังกล่าว หรือเราจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลดังกล่าวต่อไปเพื่อจัดตั้ง ใช้ และปกป้องสิทธิ์ในศาล  

8.1.4 สิทธิ์ในการเพิกถอน

ในรัฐควิเบก บุคคลมีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงหรือเพิกถอนความยินยอมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ การส่งต่อ หรือการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้ตลอดเวลา โดยอยู่ภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมายหรือข้อกำหนดตามสัญญาที่ใช้บังคับ

8.1.5 สิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง  

ในบางเขตการปกครอง หากบุคคลเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรักษาไว้เกี่ยวกับตนไม่ถูกต้อง บุคคลนั้นสามารถร้องขอให้มีการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ปรับแก้ หรืออัปเดตข้อมูลดังกล่าว หากข้อมูลนั้นล้าสมัย ไม่ถูกต้อง หรือคลุมเครือ นอกจากนี้ บุคคลดังกล่าวยังสามารถร้องขอให้มีการเพิ่มเติมข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่สมบูรณ์ให้ครบถ้วน ซึ่งรวมถึงการมอบข้อมูลหรือคำชี้แจงเพิ่มเติม  

8.1.6 สิทธิ์ในการลบข้อมูลส่วนบุคคล ("สิทธิ์ที่จะถูกลืม")  

นอกจากนี้ บุคคลยังสามารถร้องขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้ในบางกรณี ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงกรณีต่อไปนี้

  • ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่มีความจำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่ได้มีการเก็บรวบรวมหรือประมวลผลอีกต่อไป และ  
  • การประมวลผลข้อมูลดำเนินการบนพื้นฐานของความยินยอมที่ถูกเพิกถอนแล้ว และไม่มีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายอื่นสำหรับการประมวลผลดังกล่าว  

นอกจากนี้ ยังมีข้อยกเว้นบางประการที่เราสามารถปฏิเสธการร้องขอให้ลบข้อมูล เช่น เมื่อจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามภาระหน้าที่ด้านกฎหมายหรือเพื่อจัดตั้ง ใช้ และปกป้องสิทธิ์ในศาล  

หากบุคคลร้องขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลของตน การดำเนินการนี้อาจทำให้รายการบันทึกที่เราเก็บไว้เพื่อประโยชน์ของบุคคลนั้นถูกลบออกไปด้วย เช่น การมีชื่ออยู่ในรายการยกเลิกการติดต่อ และบุคคลนั้นจะต้องติดต่อเราเพื่อมอบข้อมูลส่วนบุคคล หากต้องการให้เรากลับมาเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของตนอีกในอนาคต  

8.1.7 สิทธิ์ในการโอนย้ายข้อมูล  

หากหลักเกณฑ์ทางกฎหมายของเราขึ้นอยู่กับความยินยอมหรือข้อเท็จจริงที่ว่าการประมวลผลข้อมูลมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญาที่บุคคลนั้นเป็นคู่สัญญา และข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้รับการประมวลผลด้วยวิธีการอัตโนมัติ (เช่น ทางอิเล็กทรอนิกส์) บุคคลนั้นมีสิทธิ์ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่ได้มอบให้เราในรูปแบบที่มีโครงสร้าง ใช้กันโดยทั่วไป และเครื่องสามารถอ่านได้ รวมถึงมีสิทธิ์ให้ส่งข้อมูลดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่นโดยตรง เมื่อสามารถดำเนินการได้ในทางเทคนิค  

8.1.8 สิทธิ์ในการยื่นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล  

บุคคลมีสิทธิ์ในการยื่นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลในเขตปกครองที่เป็นบุคคลนั้นพำนักตามปกติ เขตปกครองที่บุคคลนั้นทำงานอยู่ หรือเขตปกครองที่มีการกล่าวหาว่าละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

8.1.9 สิทธิ์ในการนำข้อมูลออกจากระบบการจัดทำดัชนีข้อมูล

บุคคลมีสิทธิ์ร้องขอให้เราหยุดเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของตน และนำลิงก์ทั้งหมดที่เกี่ยวกับชื่อของตนซึ่งให้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลของตน ออกจากระบบการจัดทำดัชนีข้อมูล หากการเผยแพร่ดังกล่าวขัดต่อกฎหมายหรือคำสั่งศาล

8.1.10 สิทธิ์ในข้อมูล

บุคคลมีสิทธิ์ได้รับแจ้งเมื่อบุคคลนั้นเป็นผู้ที่อยู่ภายใต้การตัดสินใจที่ดำเนินการโดยระบบประมวลผลอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว หรือเมื่อมีการใช้เทคโนโลยีเพื่อการระบุตัวตน ระบุตำแหน่ง หรือจัดทำโปรไฟล์ รวมถึงวิธีการที่จัดหาไว้สำหรับการเปิดใช้งานฟังก์ชันดังกล่าว

 

9. เบ็ดเตล็ด  

9.1 การจำกัดความรับผิด  

เรามุ่งมั่นที่จะดำเนินการทุกวิถีทางที่สมเหตุสมผลเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการคุ้มครองด้านความเป็นส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัยในระดับที่สอดคล้องกับมาตรฐานทางเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับประเภทธุรกิจของเรา  

ทั้งนี้ แม้จะมีข้อกำหนดข้างต้น คุณรับรองว่าคุณเข้าใจและยอมรับว่าไม่มีระบบคอมพิวเตอร์ใดที่สามารถมอบการรักษาความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์ และการส่งข้อมูลส่วนบุคคลผ่านเครือข่ายสาธารณะ เช่น อินเทอร์เน็ต ย่อมมีความเสี่ยงอยู่เสมอ  

ดังนั้น คุณจึงยอมรับว่าเราอาจไม่ต้องรับผิดต่อการละเมิดความเป็นส่วนตัว การเจาะระบบคอมพิวเตอร์ ไวรัส การสูญหาย การโจรกรรม การใช้งานในทางที่ผิด หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือจัดเก็บอยู่ในระบบของเรา หรือในระบบของบุคคลภายนอก นอกจากนี้ คุณยังรับรองว่าคุณสละสิทธิ์ในการเรียกร้องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว เว้นแต่จะเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือการกระทำโดยเจตนาของเรา ดังนั้น คุณจึงตกลงที่จะไม่เรียกร้องความรับผิดจากเรา รวมถึงเจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลระบบ บุคคลที่เกี่ยวข้อง และพาร์ทเนอร์ธุรกิจของเรา สำหรับความเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ความเสียหายอันเนื่องมาจากการผิดสัญญา ความเสียหายพิเศษ หรือความเสียหายสืบเนื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ  

ในกรณีที่เกิดการละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อสิทธิ์และเสรีภาพของคุณ เราจะแจ้งให้คุณทราบโดยเร็วที่สุด และจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ    

9.2 การเผยแพร่เนื้อหาโดยผู้ใช้  

ผู้ใช้งานเว็บไซต์สามารถใช้บัญชีผู้ใช้ของตนเพื่อแสดงความคิดเห็นหรือเผยแพร่ข้อมูลอื่นๆ ได้ตามต้องการ เราขอย้ำเตือนว่าเราไม่สามารถรับผิดต่อเนื้อหาในความคิดเห็นของคุณหรือผลที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้ เราแนะนำอย่างยิ่งว่าไม่ควรเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณบนเว็บไซต์ของเรา ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจะได้รับการคุ้มครอง

9.3 เว็บไซต์ของบุคคลภายนอก  

เว็บไซต์ของเราอาจมีลิงก์ที่นำไปยังเว็บไซต์อื่นๆ เมื่อคุณคลิกลิงก์ใดลิงก์หนึ่งเหล่านี้ คุณจะถูกนำไปยังเว็บไซต์อื่นที่อยู่นอกความรับผิดชอบของเรา เราขอแนะนำให้ผู้ใช้อ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์เหล่านี้ทั้งหมด เนื่องจากอาจแตกต่างจากนโยบายของเรา ดังนั้น เราจึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและกิจกรรมของเว็บไซต์เหล่านี้

9.4 การรักษาความปลอดภัย  

เราได้ปรับใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยด้านเทคนิคและด้านองค์กร เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลส่วนบุคคลสูญหายหรือถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต มาตรการเหล่านี้ ได้แก่  

9.4.1 การควบคุมการเข้าถึง

  • ทุกการเข้าถึงระบบของเราได้รับการปกป้องด้วยการยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) ซึ่งผสานรวมอยู่ในโซลูชันซอฟต์แวร์การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับระบบการลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว (SSO) ระดับองค์กร
  • บทบาทและสิทธิ์ในการเข้าถึงจะกำหนดตามหน้าที่งานของพนักงานแต่ละคน โดยมีการจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงไว้เฉพาะเท่าที่จำเป็น ตามหลักการของสิทธิ์เท่าที่จำเป็น (PoLP) เพื่อลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

9.4.2 ระบบและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

  • มีการใช้ไฟร์วอลล์สำหรับองค์กรเพื่อจำกัดสิทธิ์ให้เข้าถึงได้เฉพาะเว็บไซต์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้งานเครือข่ายมีความปลอดภัยและอยู่ภายใต้การควบคุม
  • มีการป้องกันไวรัสผ่านระบบป้องกันไวรัสระดับองค์กรที่มีการจัดการแบบรวมศูนย์ ซึ่งจะช่วยให้การป้องกันมัลแวร์มีความสม่ำเสมอและอัปเดตอยู่เสมอ

 

9.4.3 การตรวจติดตามและการตอบสนองต่อเหตุการณ์

  • มีกระบวนการจัดการเหตุการณ์ด้านไอทีอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถตรวจติดตามเชิงรุก จัดการอย่างทันท่วงที และจัดทำบันทึกเกี่ยวกับการแจ้งเตือนด้านการรักษาความปลอดภัย โดยเป็นไปตามข้อกำหนดการแจ้งเตือนที่ใช้บังคับในกรณีเกิดเหตุละเมิดความเป็นส่วนตัว
  • กระบวนนี้รวมถึงการดูแลรักษาบันทึกข้อมูลเหตุการณ์และการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าของข้อมูลด้วย

9.5 กฎระเบียบท้องถิ่น  

แม้นโยบายระดับโลกฉบับนี้จะมุ่งให้ข้อมูลที่มีความเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพในระดับสากล แต่ข้อมูลทั้งหมดจะยังคงได้รับการประมวลผลตามกฎหมายท้องถิ่นที่ใช้บังคับเสมอ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎระเบียบท้องถิ่นที่ใช้บังคับในเขตปกครองที่คุณพำนัก โปรดดูส่วน ค ของนโยบายฉบับนี้  

9.6 การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในนโยบาย

เราอาจแก้ไขและ/หรืออัปเดตนโยบายฉบับนี้เป็นครั้งคราว หากมีการเปลี่ยนแปลงในนโยบายฉบับนี้ ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม เราจะเผยแพร่ฉบับอัปเดตบนเว็บไซต์ของเรา เราขอแนะนำให้คุณเข้ามาตรวจสอบเว็บไซต์นี้เป็นประจำ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณทราบถึงแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลของเราเสมอ ซึ่งรวมถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในแนวปฏิบัติเหล่านี้ด้วย การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในนโยบายฉบับนี้จะมีผลเมื่อเผยแพร่บนหน้าเว็บนี้  

9.7 ภาษา  

ในกรณีที่มีความไม่สอดคล้องกันระหว่างคำแปลนโยบายฉบับนี้กับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ยึดฉบับภาษาอังกฤษเป็นหลัก  

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมเพื่อวัตถุประสงค์ในการสรรหาบุคลากร

1.1 การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

คุณจะถูกนำไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอกเพื่อกรอกใบสมัครงาน อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าเราให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อภาระหน้าที่ของเราที่มีต่อความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  

1.2 ข้อมูลติดต่อ

คุณสามารถติดต่อเราได้ที่ privacy@innovmetric.com หากคุณมีคำถามหรือเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณหรือนโยบายการสรรหาบุคลากรฉบับนี้  

1.3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

เราเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคุณในระหว่างกระบวนการสรรหาบุคลากรตามที่ระบุด้านล่างนี้  หากคุณไม่มอบข้อมูลบางอย่างที่เราร้องขอ เราจะไม่สามารถดำเนินการกับใบสมัครของคุณต่อได้ รวมถึง:  

  • ข้อมูลที่คุณมอบให้ในเรซูเม่ แบบฟอร์มใบสมัครงาน จดหมายสมัครงาน และระหว่างการสัมภาษณ์ รวมถึงชื่อ วันเดือนปีเกิด อายุ เพศ ที่อยู่ของคุณ ที่อยู่อีเมลส่วนตัว บุคคลอ้างอิง ตลอดจนรายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษา คุณวุฒิ และประสบการณ์การทำงาน  
  • ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมหรือสร้างขึ้นระหว่างขั้นตอนการสรรหาบุคลากร รวมถึงโน้ตระหว่างการสัมภาษณ์ ผลสอบ และรายละเอียดการติดต่อสื่อสารระหว่างเรา และ  
  • ข้อมูลเกี่ยวกับการต้องโทษทางอาญา เนื่องจากเราอาจตรวจสอบประวัติในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสรรหาบุคลากร  

เรามุ่งจำกัดการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลไว้เฉพาะเท่าที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการสมัครงานของคุณจนถึงขั้นตอนการจ้างงาน

หากเราต้องเก็บรวบรวมข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล และมีความเป็นไปได้ที่ข้อมูลดังกล่าวอาจถูกนำไปรวมเข้ากับข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ข้อมูลนั้นจะได้รับการประมวลผลในฐานะข้อมูลส่วนบุคคลจนกว่าจะไม่สามารถเชื่อมโยงกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้อีก

เราไม่มีเจตนาเก็บรวบรวมหรือใช้ข้อมูลหรือข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่มีอายุต่ำกว่าสิบสี่ (14) ปี หากคุณมีอายุต่ำกว่าสิบสี่ (14) ปี คุณต้องไม่มอบข้อมูลส่วนบุคคลของตัวเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากพ่อแม่หรือผู้ปกครอง

1.4 แหล่งที่มาของข้อมูล

ข้อมูลนี้อาจจะเป็น (ก) ข้อมูลที่คุณมอบให้ (ข) ข้อมูลที่ได้มาจากบุคคลภายนอกในระหว่างขั้นตอนการสมัครงานและการสรรหาบุคลากร (ค) ข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งข้อมูลสาธารณะ เช่น LinkedIn หรือ (ง) ข้อมูลที่เราสร้างขึ้นในระหว่างขั้นตอนการสรรหาบุคลากร  

1.5 วิธีที่เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ

เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อดำเนินกระบวนการสรรหาบุคลากร ประเมินความสามารถของคุณสำหรับตำแหน่งงาน และตัดสินใจเกี่ยวกับตำแหน่งดังกล่าว ติดต่อสื่อสารกับคุณ ดำเนินการตรวจสอบต่างๆ และขอข้อมูลอ้างอิงเกี่ยวกับการฝึกอบรม วุฒิการศึกษาที่ได้รับ และประวัติการทำงานก่อนหน้า นอกจากนี้ เราจะใช้ข้อมูลของคุณเพื่อให้เป็นไปตามภาระหน้าที่ด้านกฎหมายและการกำกับดูแลด้วย  

1.6 ข้อมูลเกี่ยวกับการต้องโทษทางอาญา

เราอาจตรวจสอบประวัติอาชญากรรม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการสรรหาบุคลากร เราใช้การตรวจสอบประวัติดังกล่าว (ก) เพื่อประเมินความเหมาะสมของคุณสำหรับตำแหน่งงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล (ข) เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของคุณ ผลประโยชน์ของเรา และผลประโยชน์ของบุคคลภายนอก และ (ค) เนื่องจากมีความจำเป็นอันเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินกระบวนการทางกฎหมาย เราได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในลักษณะนี้ เมื่อจำเป็นต่อการใช้สิทธิ์และการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของเราที่เกี่ยวกับการจ้างงาน และเราจะประมวลผลข้อมูลของคุณตามกฎหมายท้องถิ่นที่ใช้บังคับเสมอ

1.7 ข้อมูลที่เราแบ่งปัน

เราจะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณกับบุคคลภายนอกดังต่อไปนี้เท่านั้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการกับใบสมัครของคุณ ซึ่งได้แก่ (ก) ตัวแทนจัดหางาน (ข) ผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติและทดสอบออนไลน์และ (ค) หน่วยงานกำกับดูแลและหน่วยงานที่มีอำนาจ นอกจากนี้ เราจะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณภายในกลุ่มบริษัทของเราเพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการ การบัญชี และการรายงาน  

ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอาจถูกส่งต่อยังประเทศแคนาดาและสหรัฐอเมริกา

1.8 การเก็บรักษาข้อมูลของคุณ

เราจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไว้ตลอดกระบวนการสรรหาบุคลากรและต่อเนื่องหลังจากนั้นอีกไม่เกินเจ็ด (7) ปี เท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดทำแฟ้มข้อมูลพนักงานในกรณีที่ใบสมัครของคุณได้รับการคัดเลือก เราจะดำเนินการอย่างปลอดภัยเพื่อทำลายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวหรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้ โดยจะดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้บังคับและนโยบายการคุ้มครองข้อมูลภายในของเรา เว้นแต่คุณจะยินยอมให้นำข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปใช้หรือประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่น หรือเก็บรักษาไว้นานกว่าระยะเวลาที่กำหนด

1.9 ข้อมูลของคุณจะได้รับการเก็บรักษาไว้ที่ไหน

เราจะส่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมเกี่ยวกับคุณไปยังบริษัทในกลุ่มของเราที่อยู่นอกเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารและจัดการกระบวนการสรรหาบุคลากร โดยมีการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม หากต้องการขอรับสำเนามาตรการดังกล่าว คุณสามารถร้องขอได้โดยใช้ข้อมูลติดต่อที่กล่าวไว้ข้างต้น  

1.9 สิทธิ์ของคุณ

คุณมีสิทธิ์เกี่ยวกับข้อมูลของคุณดังต่อไปนี้ ได้แก่ สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล สิทธิ์ในการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง สิทธิ์ในการลบข้อมูล สิทธิ์ในการคัดค้าน สิทธิ์ในการจำกัดการประมวลผล สิทธิ์ในการนำข้อมูลออกจากระบบการจัดทำดัชนีข้อมูล สิทธิ์ในการได้รับแจ้งเกี่ยวกับการตัดสินใจที่ดำเนินการโดยระบบประมวลผลอัตโนมัติเพียงอย่างเดียว สิทธิ์ในการโอนย้ายข้อมูลในรูปแบบที่มีโครงสร้าง (สิทธิ์ในการโอนย้ายข้อมูล) ตลอดจนสิทธิ์ในการถอนความยินยอมและสิทธิ์ในการยื่นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล  

1.10 ข้อมูลเพิ่มเติม

โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในหัวข้อที่ 4-8 ของนโยบายความเป็นส่วนตัว  

1.11 การรักษาความปลอดภัย

เราใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งด้านกายภาพ ด้านเทคโนโลยี และด้านองค์กร เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอย่างเหมาะสม ไม่ให้มีการสูญหาย การโจรกรรม หรือการเข้าถึง การเปิดเผย การทำซ้ำ การส่งต่อ การใช้งาน หรือการปรับแก้โดยไม่ได้รับอนุญาต  

นอกจากนี้ เรายังจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ โดยให้สิทธิ์เฉพาะพนักงานที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น บุคคลเหล่านี้จะมีสิทธิ์เข้าถึงเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของตนเท่านั้น

แม้ว่าเราจะใช้มาตรการดังกล่าวแล้ว แต่เราไม่สามารถรับประกันการรักษาความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณได้อย่างสมบูรณ์ หากคุณมีเหตุให้เชื่อได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไม่ได้รับการคุ้มครองอีกต่อไป โปรดติดต่อเราทันทีที่ privacy@innovmetric.com

1.12 การจำกัดความรับผิด

คุณรับรองว่าคุณเข้าใจและยอมรับว่าไม่มีระบบคอมพิวเตอร์ใดที่สามารถมอบการรักษาความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์ และการส่งข้อมูลส่วนบุคคลผ่านเครือข่ายสาธารณะ เช่น อินเทอร์เน็ต ย่อมมีความเสี่ยงอยู่เสมอ  

ดังนั้น คุณจึงยอมรับว่าเราอาจไม่ต้องรับผิดต่อการละเมิดความเป็นส่วนตัว การเจาะระบบคอมพิวเตอร์ ไวรัส การสูญหาย การโจรกรรม การใช้งานในทางที่ผิด หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งหรือจัดเก็บอยู่ในระบบของเรา หรือในระบบของบุคคลภายนอก นอกจากนี้ คุณยังรับรองว่าคุณสละสิทธิ์ในการเรียกร้องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว เว้นแต่จะเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือการกระทำโดยเจตนาของเรา ดังนั้น คุณจึงตกลงที่จะไม่เรียกร้องความรับผิดจากเรา รวมถึงเจ้าหน้าที่ ผู้ดูแลระบบ บุคคลที่เกี่ยวข้อง และพาร์ทเนอร์ธุรกิจของเรา สำหรับความเสียหายใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม ความเสียหายอันเนื่องมาจากการผิดสัญญา ความเสียหายพิเศษ หรือความเสียหายสืบเนื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ  

ในกรณีที่เกิดการละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อสิทธิ์และเสรีภาพของคุณ เราจะแจ้งให้คุณทราบโดยเร็วที่สุด และจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ    

หมายเหตุ: แม้นโยบายระดับโลกฉบับนี้จะมุ่งให้ข้อมูลที่มีความเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพให้แก่ผู้สมัครงานในระดับสากล แต่ข้อมูลทั้งหมดจะยังคงได้รับการประมวลผลตามกฎหมายท้องถิ่นที่ใช้บังคับเสมอ

1. ข้อมูลที่เก็บรวบรวมในรัฐควิเบก

เราใช้มาตรการหลายอย่างเพื่อให้สอดคล้องกับภาระหน้าที่ที่กำหนดไว้ในรัฐควิเบกภายใต้กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในภาคเอกชน แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมไว้ให้ดียิ่งขึ้น และรักษาความไว้วางใจของลูกค้า พนักงาน และพาร์ทเนอร์ของเรา

ทั้งนี้ เราได้ดำเนินมาตรการต่างๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

  • แต่งตั้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของข้อมูล
  • ใช้กระบวนการที่ช่วยให้สามารถตอบสนองและฟื้นฟูจากเหตุการณ์ที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเกิดจากเทคโนโลยี มนุษย์ หรือปัจจัยอื่นใด
  • เราได้จัดทำกรอบงานการกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายความเป็นส่วนตัว ข้อกำหนดการใช้งานเว็บไซต์ กระบวนการจัดการข้อร้องเรียนที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกระบวนการขอความยินยอมโดยชัดแจ้งในกรณีที่ความยินยอมโดยปริยายไม่เพียงพอ ตลอดจนนโยบาย ขั้นตอนปฏิบัติ คู่มือ กระบวนการ และเอกสารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล
  • กำหนดกฎสำหรับกรณีที่มีการส่งต่อหรือโฮสต์ข้อมูลส่วนบุคคลไว้นอกรัฐควิเบก
  • ใช้มาตรการทางเทคโนโลยีเพื่อจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยให้สิทธิ์เฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวในการทำงานเท่านั้น และเพื่อป้องกันการโจมตีข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่สามารถทำได้

 

2. สำหรับผู้พำนักในประเทศจีน

2.1 หลักเกณฑ์ทางกฎหมายสำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่มีความไม่สอดคล้องกันระหว่างข้อกำหนดในส่วน ค และส่วน ก ให้ใช้บังคับข้อกำหนดในส่วน ค สำหรับผู้ใช้ที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสาธารณรัฐประชาชนจีน (ต่อไปนี้เรียกว่า "เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล")

หากเราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ หรือเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะอื่นใด เราจะแจ้งให้คุณทราบด้วยวิธีการที่เหมาะสม และจะขอความยินยอมจากคุณอีกครั้งก่อนที่จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ

ภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณตามฐานทางกฎหมายต่อไปนี้ ไม่จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากคุณ  

  • จำเป็นสำหรับการทำสัญญาให้เสร็จสมบูรณ์หรือการปฏิบัติตามตามสัญญาที่คุณเป็นคู่สัญญา  
  • จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายหรือภาระหน้าที่ด้านกฎหมาย  
  • จำเป็นต่อการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข หรือเพื่อปกป้องชีวิต สุขภาพ ความปลอดภัย หรือทรัพย์สินของบุคคลในสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายในขอบเขตที่สมเหตุสมผลสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณเปิดเผยโดยสมัครใจหรือที่มีการเปิดเผยโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ตามที่กำหนดไว้ภายใต้ *กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (PIPL) และ
  • กรณีอื่นๆ ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับ

 

2.2 การแชร์ข้อมูล

นอกเหนือจากกรณีที่ระบุไว้ในหัวข้อที่ 2.5 ของส่วน ก เราอาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณกับบริษัท องค์กร หรือบุคคลภายนอก ในกรณีต่อไปนี้

  • ตามการร้องขอของคุณ หรืออิงตามการอนุญาตหรือความยินยอมโดยชัดแจ้งที่คุณได้ให้ไว้ล่วงหน้า
  • เพื่อการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของเราภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับ
  • ในกรณีที่คุณได้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อสาธารณะโดยสมัครใจ
  • การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่เปิดเผยต่อสาธารณะโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น รายงานข่าวที่ถูกต้องตามกฎหมาย ข้อมูลภาครัฐที่เปิดเผยต่อสาธารณะ และข้อมูลจากช่องทางอื่นที่ชอบด้วยกฎหมาย
  • กับบริษัทในเครือของเรา เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการร่วมกันภายในกลุ่มบริษัทและบริษัทในเครือของเรา โดยเราอาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเท่าที่จำเป็น และการแบ่งปันดังกล่าวจะอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ เมื่อเรา หรือบริษัทในเครือของเรา มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เราจะขออนุญาตและความยินยอมจากคุณอีกครั้ง
  • กับผู้ให้บริการหรือพาร์เนอร์ด้านการค้าของเรา โดยพาร์ทเนอร์จะต้องขอรับความยินยอมจากคุณในนามของตนเองเพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ หากพาร์ทเนอร์นั้นทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูล พาร์ทเนอร์ดังกล่าวจะมีนโยบายความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดและเงื่อนไขของตนเองโดยเป็นอิสระจากเรา เราแนะนำให้คุณอ่านข้อกำหนดและเงื่อนไข รวมถึงนโยบายความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอกอย่างละเอียด
  • กรณีอื่นใดตามที่กำหนดไว้โดยกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับของสาธารณรัฐประชาชนจีน

รายละเอียดเกี่ยวกับการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณกับบริษัท องค์กร หรือบุคคลภายนอก จะแสดงอยู่ในรายงานการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการประเมินผลกระทบต่อความเป็นส่วนตัว (PIA) ของเรา หากคุณประสงค์จะปฏิเสธการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณได้ให้ความยินยอมไว้อย่างชัดแจ้งก่อนหน้านี้ โปรดติดต่อเราผ่านวิธีการที่ระบุไว้ในส่วน ง

หากจำเป็นต้องโอนข้อมูลดังกล่าว เราจะแจ้งให้คุณทราบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการโอนข้อมูล ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล และผู้รับโอนข้อมูลก่อนดำเนินการโอน (และหากเกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เราจะแจ้งให้คุณทราบเนื้อหาของข้อมูลที่ละเอียดอ่อนนั้นด้วย) การโอนข้อมูลจะเริ่มดำเนินการหลังจากได้รับความยินยอมจากคุณ เว้นแต่กฎหมายและกฎระเบียบจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

แม้ว่าเราจะได้รับความยินยอมจากคุณแล้วก็ตาม แต่เราจะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อวัตถุประสงค์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ชอบด้วยกฎหมาย ตามความจำเป็น มีความเฉพาะเจาะจง และโดยชัดแจ้งเท่านั้น เราจะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณกับบริษัท องค์กร หรือบุคคลต่างๆ เท่าที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้เท่านั้น เราจะทำข้อตกลงด้านการรักษาความลับและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวดกับหน่วยงานดังกล่าว โดยจะกำหนดให้หน่วยงานเหล่านั้นปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว และใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ หน่วยงานนั้นจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่แบ่งปันเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด

2.3 การโอนข้อมูล

โดยหลักการแล้ว เราจะไม่โอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้แก่บริษัท องค์กร หรือบุคคลอื่นใด อย่างไรก็ตาม หากเราเกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการ การเข้าซื้อกิจการ หรือการชำระบัญชีล้มละลาย และมีความจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคล เราจะแจ้งให้คุณทราบชื่อและข้อมูลติดต่อของผู้รับโอนข้อมูล และเราจะกำหนดให้หน่วยงานใหม่ที่ถือครองข้อมูลส่วนบุคคลของคุณยังคงปฏิบัติตามนโยบายฉบับนี้ต่อไป ข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีการระบุผู้รับโอนข้อมูลจะถูกลบออก หากมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เกี่ยวกับการเก็บรวบรวมหรือการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กำหนดไว้ในนโยบายฉบับนี้ หน่วยงานใหม่จะขอรับความยินยอมจากคุณอีกครั้ง

2.4 การเปิดเผย

เราจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในกรณีต่อไปนี้เท่านั้น

  • เมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากคุณ หรือได้รับคำสั่งของคุณ เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณต่อสาธารณะ
  • ในกรณีที่กฎหมาย กฎระเบียบ หรือคำสั่งทางปกครองหรือคำสั่งศาลที่มีผลบังคับกำหนดให้ต้องเปิดเผยข้อมูล เราจะเปิดเผยข้อมูลตามประเภทและวิธีการที่กำหนดไว้เท่านั้น เราจะขอให้ผู้ร้องขอมอบเอกสารทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น หมายเรียกหรือหนังสือจากหน่วยงานสอบสวน ก่อนดำเนินการเปิดเผยข้อมูล โดยอยู่ภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับ
  • ข้อมูลใดๆ ที่คุณเปิดเผยหรือแบ่งปันต่อสาธารณะโดยสมัครใจขณะใช้บริการของเรา อาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณหรือของบุคคลอื่น รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน ซึ่งอาจรวมถึงรายละเอียดการทำธุรกรรม หรือข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่คุณเลือกอัปโหลดผ่านข้อความ รูปภาพ วิดีโอ หรือรูปแบบอื่นๆ เมื่อโพสต์เนื้อหา ดังนั้น คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะเมื่อใช้บริการของเรา
  • ภายใต้กฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับ หากข้อมูลส่วนบุคคลผ่านกระบวนการทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และผู้รับไม่สามารถทำให้ข้อมูลนั้นกลับมาระบุตัวบุคคลได้อีก การมอบหมายให้ประมวลผล การแบ่งปัน การโอน หรือการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณะ จะไม่ถือเป็นการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ดังนั้น การจัดเก็บและการประมวลผลข้อมูลที่ผ่านกระบวนการทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้ จึงไม่จำเป็นต้องแจ้งให้คุณทราบเพิ่มเติมหรือขอความยินยอมเพิ่มเติมจากคุณ

 

2.5 วิธีที่เราจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ

โดยหลักการแล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมและสร้างขึ้นภายในประเทศจีนจะจัดเก็บไว้ในประเทศจีน

2.6 การโอนข้อมูลระหว่างประเทศ

สำหรับกระบวนการจัดการภายใน (เพื่อจัดการข้อมูลลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสความร่วมมือทางธุรกิจ) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวมจากคุณ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ชื่อ ตำแหน่ง หมายเลขโทรศัพท์ส่วนตัวและที่ทำงาน อีเมลส่วนตัวและที่ทำงาน และที่อยู่สำนักงาน จะถูกส่งไปยังสถานที่ดังต่อไปนี้นอกสาธารณรัฐประชาชนจีน InnovMetric Software Inc., 2014 Cyrille-Duquet, Suite 310, Québec City, Canada, G1N 4N6, +1 418 688-2061 เราจะส่งข้อมูลส่วนบุคคลของคุณโดยปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับ ขอความยินยอมจากคุณล่วงหน้า และใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่ามีการรักษาความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ  

สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

นอกเหนือจากสิทธิ์ที่ระบุไว้ในหัวข้อที่ 6 ของส่วน ก แล้ว คุณยังมีสิทธิ์อื่นๆ ดังต่อไปนี้ด้วย

2.7.1 สิทธิ์ในการเพิกถอนความยินยอม

คุณมีสิทธิ์เพิกถอนความยินยอมใดๆ ที่ได้ให้ไว้กับเราก่อนหน้านี้เพื่อวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงได้ทุกเมื่อ เราจะดำเนินการตามคำขอของคุณหลังจากที่มีการยื่นคำขอ และยุติการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ นอกจากนี้ เราจะลบข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดของคุณด้วย โปรดทราบว่า เมื่อคุณเพิกถอนความยินยอมหรือการอนุญาตแล้ว เราจะไม่สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่เกี่ยวข้องให้แก่คุณได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเพิกถอนความยินยอมของคุณจะไม่กระทบต่อความมีผลของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้โดยอาศัยความยินยอมเดิมของคุณ

2.7.2 การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียชีวิต

ในกรณีที่บุคคลธรรมดาเสียชีวิต สมาชิกครอบครัวใกล้ชิดของผู้เสียชีวิตอาจใช้สิทธิ์เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียชีวิต เช่น สิทธิ์ในการเข้าถึง แก้ไข หรือลบข้อมูล เพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของตนเอง ผ่านข้อมูลติดต่อที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้เสียชีวิตจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในระหว่างที่มีชีวิต คุณรับทราบและยืนยันว่า ในการคุ้มครองสิทธิ์ในข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียชีวิตอย่างเหมาะสมนั้น สมาชิกครอบครัวใกล้ชิดที่ประสงค์จะใช้สิทธิ์ตามข้อกำหนดนี้จะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่เรากำหนด พร้อมทั้งส่งเอกสารยืนยันตัวตนของผู้เสียชีวิต ใบมรณบัตร เอกสารยืนยันตัวตนของผู้ยื่นคำขอ หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ทางครอบครัวระหว่างผู้ยื่นคำขอกับผู้เสียชีวิต และระบุประเภทของสิทธิ์ที่ต้องการใช้ รวมถึงวัตถุประสงค์ของการใช้สิทธิ์ดังกล่าว

เพื่อให้แน่ใจว่ามีการรักษาความปลอดภัย เราอาจกำหนดให้คุณยืนยันตัวตนและความถูกต้องตามกฎหมายของคำขอด้วยวิธีการที่เหมาะสม เมื่อคุณใช้สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล เราจะยืนยันตัวตนของคุณและดำเนินการตามคำขอของคุณภายในสิบห้า (15) วันทำการหลังจากได้รับข้อเสนอแนะจากคุณ

โดยหลักการแล้ว เราจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับคำขอที่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม สำหรับคำขอที่มีลักษณะซ้ำซ้อน เกินสมควร หรือเกินขอบเขตที่สมเหตุสมผล เราอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามต้นทุนที่เกิดขึ้นจริงตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี เราอาจปฏิเสธคำขอที่ไม่มีมูลอย่างชัดเจน ต้องใช้ความพยายามทางเทคนิคเกินสมควร (เช่น การพัฒนาระบบใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติเดิมอย่างมีนัยสำคัญ) ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสิทธิ์และผลประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของผู้อื่น หรือไม่สามารถปฏิบัติได้จริง (เช่น กรณีที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในเทปสำรองข้อมูล)

 

3. สำหรับผู้พำนักในรัฐแคลิฟอร์เนีย

3.1 ข้อมูลที่เราแบ่งปัน

กฎหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภครัฐแคลิฟอร์เนีย (California Consumer Privacy Act: CCPA) มอบสิทธิ์บางประการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้พำนักในรัฐแคลิฟอร์เนีย ส่วนนี้อธิบายถึงสิทธิ์ของคุณภายใต้ CCPA และวิธีใช้สิทธิ์ดังกล่าว เราเก็บรวบรวมข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนหรืออธิบายลักษณะของผู้บริโภคหรืออุปกรณ์เฉพาะรายได้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ("ข้อมูลส่วนบุคคล") รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง อ้างถึง มีแนวโน้มว่าจะเกี่ยวข้อง หรือสามารถเชื่อมโยงได้อย่างสมเหตุสมผลกับบุคคลหรืออุปกรณ์ดังกล่าว ในช่วงระยะเวลาสิบสอง (12) เดือนที่ผ่านมา เราได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในหมวดหมู่ดังต่อไปนี้ ตามที่มีการระบุรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ในเอกสารฉบับนี้  

  • ข้อมูลที่กรอกไว้ในบล็อกของเรา เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ (เช่น แบรนด์ รุ่นของอุปกรณ์ ขนาดหน้าจอ) หมายเลขประจำตัวที่ไม่ซ้ำกัน (เช่น ที่อยู่ IP และตัวระบุอุปกรณ์) และข้อมูลเกี่ยวกับเบราว์เซอร์ (เช่น ที่อยู่ของเว็บไซต์ (Uniform Resource Locator), ประเภทของเบราว์เซอร์, หน้าที่เยี่ยมชม, วันที่หรือเวลาที่เข้าถึง)  
  • ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรม (เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมหรือความสนใจที่อนุมานได้ของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว และสามารถนำไปใข้สร้างโปรไฟล์ผู้ใช้ได้) และ  
  • ข้อมูลที่คุกกี้ของเราบันทึกไว้ (ดูนโยบายเกี่ยวกับคุกกี้ของเรา)  

เราได้รับข้อมูลส่วนบุคคลในหมวดหมู่ที่ระบุไว้ข้างต้นจากแหล่งข้อมูลดังต่อไปนี้  

  • จากกิจกรรมบนเว็บไซต์ของเรา ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เช่น จากข้อมูลที่ส่งผ่านพอร์ทัลของเว็บไซต์ หรือรายละเอียดการใช้งานเว็บไซต์ที่มีการเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ และ  
  • จากคุณโดยตรง ณ งานประชุมและงานแสดงผลิตภัณฑ์ประจำปี  

3.2 การเก็บรักษา

เราเก็บรักษาข้อมูลตามโปรแกรมการเก็บรักษาข้อมูลบันทึกของเรา เกณฑ์ที่ใช้กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล ได้แก่  

  • ระยะเวลาที่เรามีความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องกับคุณและมอบบริการหรือผลิตภัณฑ์ให้แก่คุณ  
  • ไม่ว่าจะมีภาระหน้าที่ด้านกฎหมายที่เราต้องปฏิบัติตามหรือไม่ และ
  • ไม่ว่าการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวมีความเหมาะสมหรือไม่หากพิจารณาจากสถานะด้านกฎหมายของเรา เช่น ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้ข้อกำหนดการใช้งานเว็บไซต์ อายุความตามกฎหมาย การดำเนินคดี หรือการสอบสวนโดยหน่วยงานกำกับดูแล  

ระยะเวลาที่ระบุไว้ข้างต้นอิงตามระยะเวลาสูงสุดที่เราจำเป็นต้องเก็บรายการบันทึกของบริษัทในแต่ละประเภท ซึ่งอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลหมวดหมู่ดังกล่าวรวมอยู่ด้วย เมื่อเราไม่มีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอีกต่อไป เราจะดำเนินการทำลายข้อมูลดังกล่าวโดยทันทีตามกระบวนการดำเนินธุรกิจปกติภายใต้โปรแกรมการเก็บรักษาข้อมูลของเรา เว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวต่อไป เช่น เราอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาเอกสารที่มีข้อมูลส่วนบุคคลไว้เป็นระยะเวลานานขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามภาระหน้าที่ในการเก็บรักษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีและการสอบสวนของหน่วยงานภาครัฐ

3.3 การติดตาม

เรายอมรับและปฏิบัติตามสัญญาณของ Global Privacy Control (GPC) โดยถือว่าเป็นการร้องขอที่มีผลสมบูรณ์ในการปฏิเสธการขายหรือการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล

เนื่องจากเราเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์โซเชียลมีเดีย และอาจมีการแสดงโฆษณาของบุคคลภายนอกเป็นครั้งคราว บุคคลภายนอกอื่นๆ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลที่สามารถใช้ระบุตัวตนของคุณเกี่ยวกับกิจกรรมออนไลน์ของคุณเมื่อเวลาผ่านไปและผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ขณะที่คุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา

โปรดทราบว่า การลบคุกกี้อาจไม่ทำให้การติดตามข้อมูลทั้งหมดหยุดลง

3.4 การเข้ารหัสข้อมูล  

เราไม่ได้ใช้การเข้ารหัสข้อมูล (การแปลงข้อมูลให้อ่านไม่ได้) ในบางส่วนของเว็บไซต์ แต่จะใช้การเข้ารหัสในส่วนที่คุณมีการส่งข้อมูลทางการเงิน เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต เมื่อคุณใช้งานเว็บไซต์ใดๆ ที่มีการขอข้อมูลที่เป็นความลับ คุณควรตรวจสอบว่าข้อมูลที่ส่งนั้นมีการเข้ารหัสหรือไม่ เพื่อเพิ่มการรักษาความปลอดภัยให้กับข้อมูลของคุณ โปรดทราบว่า ไม่มีการรักษาความปลอดภัยใดที่สมบูรณ์แบบ

3.5 กระบวนการสำหรับการตรวจสอบและการเปลี่ยนแปลงข้อมูล  

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการตรวจสอบและเปลี่ยนแปลงข้อมูลของคุณ โปรดติดต่อเราที่ privacy@innovmetric.com  

3.6 สิทธิ์ด้านความเป็นส่วนตัวของรัฐแคลิฟอร์เนีย

คุณมีสิทธิ์ร้องขอให้เราเปิดเผยกับคุณเกี่ยวกับข้อมูลที่เราเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย หรือขาย และคุณยังมีสิทธิ์ร้องขอให้ธุรกิจลบข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ที่ได้เก็บรวบรวมเกี่ยวกับคุณด้วย คุณสามารถตรวจสอบและเปลี่ยนแปลงข้อมูลของคุณได้ตลอดเวลาโดยการติดต่อเราที่ privacy@innovmetric.com โปรดทราบว่า คำขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบยืนยันภายในของเราเพื่อความปลอดภัยของคุณ คุณมีสิทธิ์สั่งให้เราไม่ขายข้อมูลของคุณ หากคุณต้องการใช้สิทธิ์ในการปฏิเสธการขายข้อมูลส่วนบุคคล โปรดคลิกที่นี่: *Do Not Sell My Personal Information

หากคุณเลือกใช้สิทธิ์ด้านความเป็นส่วนตัวของคุณ เราจำเป็นต้องยืนยันตัวตนของคุณ เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจกำหนดให้เราต้องสอบถามข้อมูลบางอย่างเพื่อยืนยันตัวตนของคุณ หรือขอให้คุณแสดงเอกสารยืนยันตัวตนที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐ คำขอใช้สิทธิ์ดังกล่าวอาจได้รับการอนุมัติทั้งหมด บางส่วน หรืออาจไม่ได้รับการอนุมัติเลย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขอบเขตและลักษณะของคำขอ รวมถึงกฎหมายที่ใช้บังคับ ในกรณีที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดไว้ เราจะแจ้งให้คุณทราบหากคำขอของคุณถูกปฏิเสธ พร้อมทั้งแจ้งเหตุผลที่เราไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของคุณได้ ผู้พำนักในรัฐแคลิฟอร์เนียอาจสามารถใช้สิทธิ์ดังต่อไปนี้ได้ โดยจะอยู่ภายใต้เงื่อนไขและข้อจำกัดทางกฎหมายที่ใช้บังคับ

  • การเข้าถึงข้อมูล ซึ่งรวมถึงการยืนยันว่าเรากำลังประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณอยู่หรือไม่ หากเราอนุมัติคำขอของคุณ เราจะมอบสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรักษาเกี่ยวกับคุณตามกระบวนการดำเนินธุรกิจตามปกติให้แก่คุณ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยเกี่ยวกับคุณ เราอาจไม่สามารถดำเนินการตามคำขอเข้าถึงข้อมูลของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดได้ ทั้งนี้จะเป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาต
  • การแก้ไขข้อมูล โดยคำนึงถึงลักษณะของข้อมูลส่วนบุคคลและวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ  
  • การลบข้อมูล เราอาจไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของคุณได้ ทั้งนี้จะเป็นไปตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาต และขึ้นอยู่กับขอบเขตของคำขอดังกล่าว เช่น กฎหมายอาจกำหนดให้เราต้องเก็บรักษาข้อมูลของคุณไว้ในรายการบันทึกทางธุรกิจของเรา
  • การโอนย้ายข้อมูลในรูปแบบที่พร้อมใช้งานและสามารถดำเนินการได้ในทางเทคนิคเท่าที่เป็นไปได้ ผู้บริโภคสามารถใช้สิทธิ์นี้ได้ไม่เกินสองครั้งต่อปีปฏิทิน  
  • การปฏิเสธการขายหรือการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลโดยธุรกิจ

เราจะไม่เลือกปฏิบัติต่อคุณจากการที่คุณใช้สิทธิ์ใดๆ ข้างต้น

คุณสามารถแต่งตั้งตัวแทนที่ได้รับอนุญาตให้ยื่นคำขอใช้สิทธิ์ในนามของคุณได้ และเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ของคุณ เราขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธคำขอใดๆ จากตัวแทนที่ไม่สามารถแสดงหลักฐานว่าตนได้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนคุณได้  

เราไม่มีข้อมูลที่ทำให้ทราบได้ว่าเราขายข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี

เราไม่มีการดำเนินการเชิงรุกในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และไม่ประสงค์จะได้รับข้อมูลดังกล่าว

3.7 สิทธิ์เพิ่มเติม

กฎหมายที่ใช้บังคับอาจมอบสิทธิ์เพิ่มเติมให้แก่คุณนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

 

4. สำหรับผู้พำนักในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA)  

โปรดดูที่ นโยบาย GDPR ของเรา

เราและบริษัททั้งหมดในกลุ่มของเราที่มีรายชื่ออยู่ใน https://www.polyworks.com/th/find-a-contact จะสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่อยู่ภายใต้นโยบายฉบับนี้ได้  

 

1. วิธีติดต่อเรา

คุณสามารถใช้สิทธิ์ที่กล่าวไว้ข้างต้นได้ตลอดเวลาโดยการส่งจดหมายหรืออีเมลถึงเรา (ที่อยู่ทางไปรษณีย์ของเรา: 2014 Cyrille-Duquet, Suite 310, Québec, Québec, Canada, G1N 4N6 หรือที่อยู่อีเมล: privacy@innovmetric.com) หรือบริษัทใดบริษัทหนึ่งในกลุ่มของเรา (บริษัทย่อยหรือกิจการร่วมค้า) ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนของ InnovMetric ใน EEA และดำเนินงานอยู่ในประเทศที่คุณอยู่ ดูข้อมูลติดต่อที่จำเป็นได้จากลิงก์ต่อไปนี้: https://www.polyworks.com/th/find-a-contact  

ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณจะได้รับการประมวลผลภายใต้ระดับการคุ้มครองที่สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลดังกล่าวมีการรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว  

สุดท้ายนี้ เราขอแจ้งให้คุณทราบว่าคุณมีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานกำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลที่มีอำนาจ หากคุณเชื่อว่ามีความจำเป็นหรือเหมาะสม  

 

2. สำหรับผู้พำนักในประเทศญี่ปุ่น

2.1 ผู้รับข้อมูลของผู้ติดต่อธุรกิจ

เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ติดต่อธุรกิจร่วมกันในลักษณะหรือเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ด้านล่างนี้ โดยเราจะดำเนินการให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลที่โอนออกนอกประเทศญี่ปุ่นจะได้รับการคุ้มครองในระดับที่เทียบเท่ากับการคุ้มครองตามที่ระบุไว้ในกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของญี่ปุ่น

หมวดหมู่ของข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ร่วมกัน: ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ในหัวข้อที่ 2.2 ของส่วน ก

  • ขอบเขตของบุคคลภายนอกที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกัน: บริษัทของเรา รวมถึงบริษัทในกลุ่มของเราที่มีรายชื่ออยู่ที่ https://www.polyworks.com/th/find-a-contact
  • วัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลร่วมกัน: วัตถุประสงค์ในการประมวลผลที่ระบุไว้ในหัวข้อที่ 2.3 ของส่วน ก
  • บริษัทที่รับผิดชอบต่อการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ร่วมกัน ได้แก่ PolyWorks Japan K.K.

 

2.2 ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้เว็บไซต์และผู้เยี่ยมชมหน้าเว็บโซเชียลมีเดียของเรา

เราจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียแก่บุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้งานดังกล่าว เว้นแต่กฎหมายที่ใช้บังคับจะอนุญาต

2.3 ข้อมูลที่เราแบ่งปัน

เราจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณแก่บุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอมจากคุณ เว้นแต่กฎหมายที่ใช้บังคับจะอนุญาต

 

3. สำหรับผู้พำนักในประเทศเม็กซิโก

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายระดับสหพันธรัฐของประเทศเม็กซิโกว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในความครอบครองของภาคเอกชน (Mexican Federal Law for the Protection of Personal Data Held by Private Parties / Ley Federal de Protección de Datos Personales en Posesión de Particulares) (ต่อไปนี้เรียกว่า “กฎหมาย”) และกฎระเบียบของกฎหมายดังกล่าวที่เกี่ยวกับสิทธิ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศเม็กซิโก

ตามหัวข้อที่ 2 ของนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศเม็กซิโก ในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูล (ตามความหมายที่กำหนดไว้ในกฎหมาย) เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน ซึ่งหมายถึงข้อมูลที่กระทบต่อขอบเขตความเป็นส่วนตัวอย่างลึกซึ้งของเจ้าของข้อมูล (ตามความหมายที่กำหนดไว้ในกฎหมาย) หรือข้อมูลที่หากถูกนำไปใช้อย่างไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติ หรือสร้างความเสี่ยงร้ายแรงต่อเจ้าของข้อมูล ผู้ควบคุมข้อมูลจะต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากเจ้าของข้อมูลทุกครั้ง และจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับ

การยอมรับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ถือว่าเจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมโดยชัดแจ้งต่อการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของตนไปยังบุคคลภายนอกที่ระบุไว้ในหัวข้อที่ 2.5 เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อดังกล่าว ตามกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับ และหากมีความจำเป็น ผู้ควบคุมข้อมูลจะขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเพื่อให้การโอนข้อมูลดังกล่าวเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ตามกฎหมายแล้ว เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิ์ในการเข้าถึง แก้ไข ยกเลิก หรือคัดค้าน (สิทธิ์ ARCO) ได้โดยการยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังหน่วยงานที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดูแลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล เราจะแจ้งให้คุณทราบทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านที่อยู่อีเมลล่าสุดที่คุณได้ให้ไว้ภายในระยะเวลาไม่เกินยี่สิบ (20) วันทำการนับจากวันที่ได้รับคำขอ หากคำขอได้รับการพิจารณาว่ามีความถูกต้อง คำขอดังกล่าวจะมีผลภายในสิบห้า (15) วันทำการ นับจากวันที่มีการแจ้งผลการพิจารณา โดยสามารถขยายระยะเวลาดังกล่าวได้อีกหนึ่งครั้งในระยะเวลาที่เท่ากัน หากมีเหตุอันสมควรตามสถานการณ์ของแต่ละกรณี  

เราจะส่งมอบข้อมูลที่ร้องขอเมื่อได้มีการตรวจสอบยืนยันตัวตนของเจ้าของข้อมูล หรือผู้แทนโดยชอบธรรมของเจ้าของข้อมูล (แล้วแต่กรณี) อย่างถูกต้องแล้ว เจ้าของข้อมูลมีสิทธิ์ยื่นข้อร้องเรียนต่อกระทรวงธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริต หากเห็นว่าสิทธิ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตนถูกละเมิด

 

4. สำหรับผู้พำนักในสาธารณรัฐเกาหลี

เราประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลในสาธารณรัฐเกาหลีตามกฎหมาย Personal Information Protection Act of Korea (ต่อไปนี้เรียกว่า "PIPA") รวมถึงกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับอื่นๆ ตามที่ระบุไว้ด้านล่าง

4.1 รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการประมวลผลและวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูล  

เราประมวลผลรายการข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปนี้เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ด้านล่างเท่านั้น ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูล เราจะขอความยินยอมแยกต่างหาก หรือดำเนินมาตรการอื่นๆ ที่จำเป็นตามมาตรา 18 ของกฎหมาย PIPA

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล รายการที่ประมวลผล และวัตถุประสงค์ของการประมวลผลตามที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับปัจจุบันของเรา จะแสดงไว้ในตารางด้านล่าง

4.2 ระยะเวลาในการประมวลผลและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

เราจะประมวลผลและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคภายในระยะเวลาการใช้และการเก็บรักษาข้อมูลตามที่กำหนดโดยกฎหมายที่ใช้บังคับ หรือภายในระยะเวลาที่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ณ เวลาที่เก็บรวบรวมข้อมูล  

ระยะเวลาการเก็บรักษาที่ใช้กับข้อมูลส่วนบุคคลและเจ้าของข้อมูลในแต่ละหมวดหมู่มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ โดยจะเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องของประเทศเกาหลีใต้

4.2.1 ข้อมูลของผู้ติดต่อธุรกิจ

จนกว่าข้อเรียกร้องและภาระหน้าที่ทั้งหมดจะได้รับการดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายหลังการยุติหรือสิ้นสุดสัญญาการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ข้อมูลจะได้รับการเก็บรักษาไว้จนกว่าจะพ้นระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

  • การเก็บรักษาข้อมูลตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในการค้าอิเล็กทรอนิกส์ (Act on the Consumer Protection in Electronic Commerce)
    • รายการบันทึกเกี่ยวกับสัญญาหรือการเพิกถอนข้อเสนอ: เจ็ด (7) ปี
    • รายการบันทึกเกี่ยวกับการชำระเงินและการจัดหาผลิตภัณฑ์/บริการ: เจ็ด (7) ปี
    • รายการบันทึกที่เกี่ยวกับข้อร้องเรียนของผู้บริโภคหรือการระงับข้อพิพาท: เจ็ด (7) ปี
  • การเก็บรักษาข้อมูลตามที่กำหนดไว้กฎหมายแม่บทว่าด้วยภาษีแห่งชาติ (Framework Act on National Taxes)
    • สมุดบัญชีและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทั้งหมดตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายภาษี: เจ็ด (7) ปี

(การใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการตลาดและการโฆษณา) นับจากวันที่ให้ความยินยอมจนถึงวันที่เพิกถอนความยินยอม อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้ไม่ได้ใช้บริการของเราเป็นระยะเวลาหนึ่ง (1) ปีนับจากวันที่ใช้บริการครั้งล่าสุด ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ดังกล่าวจะถูกจัดเก็บแยกต่างหากตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการใช้เครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสารและการคุ้มครองข้อมูล (Act on Promotion of Information and Communications Network Utilization and Information Protection)

4.2.2 ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งานปลายทางของซอฟต์แวร์ PolyWorks

ที่อยู่ IP และบันทึกการใช้งาน: หนึ่ง (1) ปีนับจากวันที่เก็บรวบรวมข้อมูล  

 

4.2.3 ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งานเว็บไซต์ของเราและผู้เยี่ยมชมหน้าโซเชียลมีเดียของเรา

จนกว่าจะมีการเพิกถอนความยินยอม  

 

4.2.4. ข้อมูลของผู้สมัครงาน

จนถึงวันที่ผู้สมัครงานที่เกี่ยวข้องมีสิทธิ์ขอรับเอกสารการสมัครงานคืน ทั้งนี้ หากการตัดสินใจจ้างงานได้ข้อสรุปแล้ว เอกสารการสมัครงานของผู้สมัครที่ไม่ได้รับการจ้างงานจะถูกทำลายภายในห้า (5) วัน นับจากวันที่มีการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

(ในกรณีที่กฎหมายอื่นกำหนดให้ต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้สมัครที่ไม่ได้รับการคัดเลือก) ให้เป็นไปตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในกฎหมายที่ใช้บังคับดังกล่าว

4.3 การให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอก

โดยหลักการแล้ว เราจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลภายในขอบเขตที่กำหนดไว้ในมาตรา 1 (รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผลและวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูล) และจะไม่มอบข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้  

  • เมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือ
  • ตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดหรืออนุญาต

เรามอบข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอกโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลในกรณีต่อไปนี้ตามที่ระบุไว้ในตาราง

4.4 การจ้างงานบุคคลภายนอกให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

เพื่อให้แน่ใจว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ เราจะจ้างงานภายนอกตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ เพื่อมอบหมายให้ผู้ให้บริการต่อไปนี้ทำงานประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่างแทนเรา

เมื่อมีการทำข้อตกลงการจ้างงานภายนอก เราจำเป็นต้องระบุรายละเอียดต่อไปนี้ไว้ในสัญญาตามมาตรา 26 ของ PIPA  

  • การห้ามมิให้มีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในข้อตกลงการจ้างงานภายนอก  
  • มาตรการคุ้มครองด้านเทคนิคและการบริหารจัดการสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ว่าจ้างให้บุคคลภายนอกดำเนินการ  
  • ข้อจำกัดของการจ้างช่วง  
  • การกำกับดูแลและการจัดการผู้ให้บริการ และ  
  • เรื่องที่เกี่ยวกับความรับผิดต่อความเสียหาย

นอกจากนี้ เรายังตรวจติดตามผู้ให้บริการเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการดังกล่าวดำเนินการอย่างปลอดภัยกับข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการว่าจ้างให้บุคคลภายนอกดำเนินการ

หากมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับงานที่มีการว่าจ้างให้บุคคลภายนอกดำเนินการหรือเกี่ยวกับผู้ให้บริการ เราจะเปิดเผยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทันทีผ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้  

4.5 การโอนข้อมูลส่วนบุคคลข้ามประเทศ

เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการและการดำเนินธุรกิจ เราจะโอนข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไปยังสถานที่นอกประเทศเกาหลีตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้  

4.6 การทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

4.6.1 ขั้นตอนการทำลายข้อมูล

เราจะทำลายข้อมูลส่วนบุคคลโดยเร็วในกรณีดังต่อไปนี้

  • ครบกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลแล้ว
  • บรรลุวัตถุประสงค์ของการประมวลผลข้อมูลแล้ว หรือ
  • ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมไว้อีกต่อไป  

หากกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับกำหนดให้ต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ต่อไป แม้ว่าจะครบกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาหรือบรรลุวัตถุประสงค์ของการประมวลผลแล้วก็ตาม เราจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไว้ในฐานข้อมูล (DB) หรือสถานที่ที่แยกต่างหาก

4.6.2 วิธีทำลายข้อมูล

เราจะทำลายข้อมูลส่วนบุคคลโดยใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งดังต่อไปนี้

  • ไฟล์อิเล็กทรอนิกส์: ต้องลบออกอย่างถาวรโดยใช้วิธีทีไม่สามารถกู้คืนข้อมูลได้
  • เอกสารกระดาษ: ต้องทำลายด้วยเครื่องทำลายเอกสารหรือเผาทำลาย

4.7 สิทธิ์และภาระหน้าที่ของเจ้าของข้อมูล และวิธีใช้สิทธิ์

4.7.1 สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูล

เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิ์ต่อไปนี้เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้ตลอดเวลา

  • สิทธิ์ในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล  
  • สิทธิ์ในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้อง
  • สิทธิ์ในการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล และ
  • สิทธิ์ในการขอระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

4.7.2 วิธีใช้สิทธิ์

เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิ์ของตนได้โดยการส่งคำขอมาให้เราทางไปรษณีย์ อีเมล โทรสาร หรือช่องทางอื่นๆ โดยการใช้ข้อมูลติดต่อที่ระบุไว้ด้านล่าง เมื่อได้รับคำขอดังกล่าว เราจะดำเนินการตามมาตรการที่จำเป็นโดยเร็วที่สุด

ที่อยู่อีเมล: privacy@innovmetric.com  

ที่อยู่: PolyWorks Korea Ltd, 307Register11, 3F, 23, Jong-ro 12-gil, Jongno-gu, Seoul, (03190), Republic of Korea

4.7.3 ระยะเวลาในการตอบสนอง

เราจะแจ้งผลการพิจารณาคำขอให้เจ้าของข้อมูลทราบภายในสิบ (10) วันนับจากวันที่ได้รับคำขอดังกล่าว

4.7.4 การใช้สิทธิ์ผ่านตัวแทน  

เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิ์ผ่านผู้แทนโดยชอบธรรมหรือตัวแทนที่ได้รับอนุญาต ในกรณีดังกล่าว จะต้องยื่นหนังสือมอบอำนาจให้เรา

4.7.5 ข้อจำกัดในการใช้สิทธิ์  

สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลอาจถูกจำกัดตามมาตรา 35(4), 36(1) และ 37(2) ของ PIPA

4.8 การติดตั้ง การใช้งาน และการปฏิเสธการใช้อุปกรณ์เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลแบบอัตโนมัติ

4.8.1 วัตถุประสงค์ของการใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อจัดเก็บและเรียกดูข้อมูลของผู้ใช้ตามความจำเป็นต่อการมอบบริการที่ปรับแต่งให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละรายโดยเฉพาะ

คุกกี้คือข้อมูลขนาดเล็กที่ส่งจากเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ในการดำเนินงานเว็บไซต์ไปยังเว็บเบราว์เซอร์ของผู้ใช้ และในบางครั้งอาจถูกจัดเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ โดยจะใช้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้  

วิเคราะห์ความถี่และช่วงเวลาในการเข้าใช้งานของสมาชิกและผู้ใช้งานที่ไม่ใช่สมาชิก

ระบุความชอบและความสนใจของผู้ใช้ รวมถึงติดตามรูปแบบการใช้งาน และ

ให้บริการด้านการตลาดแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมายและบริการที่ปรับให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละรายโดยเฉพาะ โดยการพิจารณาจากระดับการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ และจำนวนครั้งที่เยี่ยมชม

4.8 การติดตั้ง การใช้งาน และการปฏิเสธคุกกี้

ผู้ใช้สามารถปิดใช้งานการจัดเก็บคุกกี้ได้โดยการปรับการตั้งค่าเว็บเบราว์เซอร์ดังนี้

Tools > Internet Options > Privacy

แต่การปิดใช้งานการจัดเก็บคุกกี้ อาจทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถเข้าถึงบริการที่ปรับแต่งได้อย่างเต็มรูปแบบ  

4.8.3  การเก็บรวบรวมไฟล์บันทึกข้อมูล

ในระหว่างการใช้บริการของเรา ข้อมูลต่างๆ เช่น ที่อยู่ IP, เวลาในการเข้าถึง และรายการบันทึกการใช้บริการ อาจถูกสร้างขึ้นและเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ

4.9 วิธีแก้ไขกรณีที่มีการละเมิดสิทธิ์

เจ้าของข้อมูลสามารถขอรับการระงับข้อพิพาทหรือคำปรึกษาจากคณะกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านข้อมูลส่วนบุคคล ศูนย์คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ Korea Internet & Security Agency และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ได้  

  • ศูนย์คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (ดำเนินงานโดย Korea Internet & Security Agency)
    • บริการ: การยื่นรายงานการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและการส่งคำขอคำปรึกษา
    • เว็บไซต์: privacy.kisa.or.kr
    • โทร: 118 (ไม่มีรหัสพื้นที่)
    • ที่อยู่: 3F, 9 Jinheung-gil, Naju-si, Jeollanam-do, 58324

 

  • คณะกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านข้อมูลส่วนบุคคล
    • บริการ: การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล และการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแบบกลุ่ม (การระงับข้อพิพาททางแพ่ง)
    • เว็บไซต์: www.kopico.go.kr
    • โทร: 1833-6972 (ไม่มีรหัสพื้นที่)
    • ที่อยู่: 4F, Government Complex Seoul, 209 Sejong-daero, Jongno-gu, Seoul, 03171

 

  • กองสืบสวนอาชญากรรมไซเบอร์ สำนักงานอัยการสูงสุด
    • โทร: +82-2-3480-3573
    • เว็บไซต์: www.spo.go.kr

 

  • สำนักความปลอดภัยทางไซเบอร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  

 

5. มาตรการเพื่อให้แน่ใจว่ามีการรักษาความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล

ตามมาตรา 29 ของ PIPA เราปรับใช้มาตรการป้องกันที่จำเป็นทั้งด้านเทคนิค ด้านการบริหารจัดการ และด้านกายภาพ เพื่อให้แน่ใจว่ามีการรักษาความปลอดภัยสำหรับข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

5.1 การจัดทำและการปรับใช้แผนจัดการภายใน

เราจัดทำและนำแผนจัดการภายในไปใช้งานเพื่อให้แน่ใจว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีความปลอดภัย  

5.2 การจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงและการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาตให้จัดการข้อมูลส่วนบุคคล

เราแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาตให้จัดการข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะ และจำกัดสิทธิ์ของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวให้เข้าถึงได้เท่าที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่าการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลมีความปลอดภัย

5.3 การตรวจสอบภายในเป็นประจำ

เราดำเนินการตรวจสอบภายในเป็นประจำเพื่อให้แน่ใจว่าแนวทางปฏิบัติด้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีความปลอดภัย  

5.4 มาตรการด้านเทคนิคเพื่อรับมือกับการแฮ็กและภัยคุกคามอื่นๆ  

  • การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) สำหรับควบคุมการเข้าถึง
  • การลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียว (SSO) ของ Microsoft 365
  • การจัดการบทบาทและสิทธิ์โดยอิงตามหลักการสิทธิ์เท่าที่จำเป็น
  • การจัดการบทบาทและสิทธิ์เข้าถึงโดยอิงตามหลักการสิทธิ์เท่าที่จำเป็น
  • การใช้งานไฟร์วอลล์ระดับองค์กร
  • การติดตั้งและจัดการซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส

5.5 การเข้ารหัสข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลได้รับการจัดเก็บและจัดการอย่างปลอดภัยผ่านการเข้ารหัสและมาตรการรักษาความปลอดภัยอื่นๆ

5.6 การเก็บรักษาและป้องกันการปลอมแปลงหรือแก้ไขบันทึกการเข้าถึง

รายการบันทึกการเข้าถึงระบบประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลาอย่างน้อยหก (6) เดือน และได้รับการดูแลรักษาอย่างปลอดภัยจากการปลอมแปลง การแก้ไข การโจรกรรม และการสูญหาย

5.7 การจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

เราควบคุมการเข้าถึงระบบฐานข้อมูลที่ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยการมอบสิทธิ์ แก้ไขสิทธิ์ และเพิกถอนสิทธิ์เท่าที่จำเป็น และปรับใช้ระบบป้องกันการบุกรุกเพื่อป้องกันการเข้าถึงจากภายนอกโดยไม่ได้รับอนุญาต  

5.8 การดำเนินงานขององค์กรที่รับผิดชอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะ  

เราจัดให้มีองค์กรภายในที่รับผิดชอบดูแลการกำกับดูแลกิจกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะ

5.9 กระบวนการตอบสนองต่อเหตุการณ์เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยด้านไอที  

เราจัดให้มีกระบวนการจัดการเหตุการณ์เกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยด้านไอทีอย่างเป็นระบบ เพื่อตรวจติดตามการแจ้งเตือนด้านการรักษาความปลอดภัยในเชิงรุก ตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว และบันทึกข้อมูลลงในเอกสารอย่างเหมาะสม

6. การคุ้มครองผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 14 ปี

เราไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี หากเราทราบว่าเราได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปี เราจะทำลายข้อมูลดังกล่าวโดยทันที หรือใช้มาตรการที่จำเป็นอื่นๆ

บิดามารดาหรือผู้ปกครองตามกฎหมายสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ในมาตรา 9 หากเชื่อว่าบุตรหลานของตนได้มอบข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากความยินยอม และสามารถร้องขอการเข้าถึง แก้ไข หรือลบข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้

อัปเดตล่าสุดวันที่ 1 พฤษภาคม 2026